บริการส่งของทั่วไป

อัพเดทล่าสุด:

deliveree-everyday-Items-shipping-1200x450

บริการส่งของทั่วไปของ Deliveree คือบริการส่งของทั่วไปภายในวัน ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็ก ของชิ้นใหญ่ หรือของที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ บริการนี้ส่งของด้วยรถเหมาคันหนึ่งคันตลอดเส้นทาง ไม่ต้องรอรวมของกับผู้ส่งรายอื่น และสามารถเลือกประเภทรถให้เหมาะกับขนาดและลักษณะของของได้ Deliveree ให้บริการส่งของทั่วไปแบบวันเดียวถึงทั่วประเทศไทย ครอบคลุมทั้งของแพ็คกล่อง ของไม่มีบรรจุภัณฑ์ ของที่มีรูปทรงพิเศษ และของที่ต้องใช้การจัดการแบบระมัดระวัง

ตัวเลือกการส่งของทั่วไปทุกรูปแบบ

ตัวเลือกการส่งของทั่วไปสามารถแบ่งตามรูปแบบของ 5 กลุ่ม แต่ละกลุ่มเหมาะกับประเภทรถและรูปแบบการส่งของที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้ประหยัดค่าขนส่งและใช้พื้นที่ส่งของได้ตามจำนวนและขนาดของ

ของชิ้นใหญ่และของหนัก

ของชิ้นใหญ่และของหนัก คือของที่ต้องใช้พื้นที่บรรทุกของและรับน้ำหนักได้มาก เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ เครื่องจักรหรืออุปกรณ์อุตสาหกรรม และของหนักชิ้นใหญ่อื่นๆ ของกลุ่มนี้ควรเลือกใช้รถบรรทุก ตั้งแต่รถ 6 ล้อขึ้นไป สำหรับ รถ 6 ล้อสามารถบรรทุกของได้สูงสุด 5 ตัน ส่วนของที่หนักกว่านั้น ควรเลือกใช้รถ 10 ล้อ ที่บรรทุกของได้สูงสุดถึง 14 ตัน หรือรถเทรลเลอร์ที่บรรทุกได้สูงสุดถึง 32 ตัน

ของที่แพ็คแล้วหรือยังไม่ได้แพ็ค

ของที่แพ็คแล้วหรือยังไม่ได้แพ็ค คือกลุ่มของที่แยกตามสภาพก่อนบรรทุกขึ้นรถ ได้แก่ ของที่ปิดผนึกหรือบรรจุแบบพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว และของที่ไม่มีกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ป้องกัน ของทั้งสองรูปแบบนี้ ควรเลือกใช้รถปิคอัพ ที่สามารถบรรทุกของได้สูงสุด 1 ตัน หรือรถกระบะตู้ทึบ ที่บรรทุกได้สูงสุด 1.5 ตัน ซึ่งช่วยกันฝนและความชื้นให้ของที่ไม่มีบรรจุภัณฑ์ป้องกัน

ของชิ้นเล็กหรือขนาดกลาง

ของชิ้นเล็กหรือขนาดกลาง คือของใช้ส่วนตัว อุปกรณ์สำนักงาน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับ ของกลุ่มนี้ส่งด่วนภายในเมืองได้ด้วยรถมอเตอร์ไซค์ รับส่งของได้สูงสุด 30 กิโลกรัม ส่วนของที่มีปริมาณมากขึ้นเล็กน้อยใช้รถยนต์ รับส่งของได้สูงสุด 150 กิโลกรัม หรือรถยนต์ XL สำหรับของที่มีปริมาตรมาก รับส่งของได้สูงสุด 300 กิโลกรัม

ของที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

ของที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ คือของที่แตกหักหรือเสียหายง่าย เช่น แก้ว เซรามิก อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่บอบบาง งานศิลปะ และของบอบบางอื่นๆ ของกลุ่มนี้เหมาะส่งของด้วยรถยนต์ สำหรับชิ้นเล็กถึงกลางที่ต้องการความระมัดระวังสูง และรถกระบะตู้ทึบสำหรับของที่ต้องกันฝน ความชื้น และแสงแดดระหว่างการขนส่ง

ของที่มีรูปทรงพิเศษ

ของที่มีรูปทรงพิเศษ คือของที่มีรูปทรงไม่สม่ำเสมอ ยาว กว้าง หรือถือยกลำบาก ของกลุ่มนี้ควรเลือกใช้รถปิคอัพ กระบะเปิดสำหรับชิ้นที่ยาวเกินตู้ทึบ หรือใช้รถ 6 ล้อสำหรับของที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อมีพื้นที่วางของยื่นออกนอกตัวรถได้อย่างปลอดภัย

บริการส่งของทั่วไปทำงานอย่างไร

บริการส่งของทั่วไปของ Deliveree ทำงานผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก ตั้งแต่เลือกจุดรับส่งจนถึงยืนยันการจอง

  1. กรอกจุดรับและจุดส่งของ ระบุตำแหน่งต้นทางและปลายทางในแอปหรือเว็บแอป
  2. เลือกประเภทรถให้ตรงกับขนาดและน้ำหนักของของ จากรถหลายขนาดตั้งแต่มอเตอร์ไซค์ไปจนถึงรถเทรลเลอร์
  3. เลือกบริการเสริมและตรวจสอบค่าขนส่งก่อนยืนยันการจอง ระบบคำนวณค่าขนส่งจากระยะทางขนส่งจริงให้ทันที

3 ขั้นตอนนี้ครอบคลุมตั้งแต่การระบุจุดรับ-ส่งของ ไปจนถึงการตรวจสอบค่าขนส่งก่อนจองรถ ทำให้การจองรถส่งของทั่วไปได้เองภายในไม่กี่นาทีผ่านแอปและเว็บแอป Deliveree

จองรถผ่านแอปหรือเว็บแอป

การจองเริ่มต้นเมื่อคุณระบุจุดรับ-ส่ง เลือกประเภทรถ และตรวจสอบค่าขนส่งบนแอปหรือเว็บแอป Deliveree สามารถเช็คค่าขนส่งด้วยตัวเอง ทำให้วางแผนค่าใช้จ่ายได้ล่วงหน้าโดยไม่ต้องรอใบเสนอราคา

ผู้ขับเข้ารับของ

หลังยืนยันการจอง ผู้ขับที่รับงานจะเดินทางไปยังจุดรับของตามวัน-เวลาที่กำหนด คุณสามารถติดตามตำแหน่งผู้ขับแบบเรียลไทม์ผ่านแอปได้ตั้งแต่ผู้ขับตลอดการขนส่ง พร้อมเบอร์ติดต่อผู้ขับกรณีต้องประสานงานเพิ่มเติม

ยืนยันการส่งของด้วย ePOD

เมื่อของส่งถึงจุดส่งของ ผู้ขับจะบันทึกรูปถ่ายและลายเซ็นดิจิทัลผ่านระบบ ePOD เพื่อยืนยันการส่งของ หลักฐาน ePOD นี้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกการจองผ่านแอปหรือเว็บแอป ทำให้มั่นใจได้ว่าของถึงส่งของจริงในเวลาที่กำหนด

บริการส่งของเพื่อธุรกิจทุกรูปแบบ

บริการส่งของเพื่อธุรกิจทุกรูปแบบครอบคลุมการส่งของเป็นประจำของลูกค้าธุรกิจ เช่น การเติมสต็อกของเป็นประจำ การกระจายของไปสาขาต่างๆ หรือส่งของด่วนตามออร์เดอร์ที่เข้ามาแต่ละวัน ธุรกิจแต่ละประเภทมีรอบการส่งของและปริมาณการส่งของไม่เท่ากัน จึงควรเลือกประเภทการจองและรถส่งของให้ตรงตามความต้องการ

ธุรกิจที่ส่งของเป็นประจำสามารถเปิดบัญชีธุรกิจเพื่อรับการชำระค่าขนส่งด้วยระบบวางบิลรายเดือนพร้อมเครดิตเทอม 15 วัน ช่วยให้วางแผนกระแสเงินสดได้ดีขึ้นโดยไม่ต้องชำระค่าขนส่งรายเที่ยว ธุรกิจที่กระจายของเข้าสาขาต่างๆ สามารถทำการจองรถหนึ่งคนและเพิ่มจุดส่งได้สูงสุด 15 จุด พร้อมระบบจัดเส้นทางอัตโนมัติเพื่อลดค่าขนส่ง และธุรกิจที่ต้องเก็บเงินปลายทางหรือขอเอกสารยืนยันกลับ สามารถเลือกบริการเสริม COD และ POD ในราคาประหยัดเริ่มต้นเพียง 50 บาท

Deliveree เหมาะกับการขนส่งเชิงธุรกิจทุกรูปแบบ ครอบคลุมทั้งงานเติมสต็อก งานกระจายของ และงานส่งของด่วนรายวันในระบบเดียว พร้อมระบบ API เชื่อมต่อกับระบบหลังบ้านได้ฟรีสำหรับธุรกิจ

เติมสต็อกของเป็นประจำ

เติมสต็อกของเป็นประจำ คือการส่งของทั่วไปเข้าร้านค้า ห้าง หรือคลังเป็นรอบประจำทุกวันหรือทุกสัปดาห์ งานรูปแบบนี้ควรใช้รถปิคอัพหรือกระบะตู้ทึบ พร้อมเปิดบัญชีธุรกิจเพื่อชำระค่าขนส่งแบบระบบวางบิลรายเดือน อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการสมัครบัญชีธุรกิจได้ที่หน้าบัญชีธุรกิจ

กระจายของเข้าสาขา

กระจายของเข้าสาขาต่างๆ คือการส่งของทั่วไปไปยังหลายจุดส่งภายในการจองเดียว เหมาะกับธุรกิจที่มีหน้าร้านหรือคลังกระจายอยู่หลายพื้นที่ งานรูปแบบนี้สามารถเพิ่มจุดส่งได้สูงสุด 15 จุดต่อการจอง พร้อมระบบจัดเส้นทางอัตโนมัติเพื่อลดค่าขนส่ง อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องการเพิ่มจุดส่งได้ที่หัวข้อฟีเจอร์การจอง

ส่งของทั่วไปวันเดียวถึง

ส่งของทั่วไปวันเดียวถึง คือการส่งของเร่งด่วนที่ต้องถึงจุดส่งภายในวันเดียว ใช้รถมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์สำหรับส่งของในเมือง และเรียกรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องรอรอบวิ่งรถ ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเภทรถที่เหมาะกับการส่งของทุกรูปแบบได้ที่หัวข้อตัวเลือกการส่งของทั่วไปทุกรูปแบบ

ฝ่ายบริการลูกค้าดูแลการส่งของทั่วไป

ฝ่ายบริการลูกค้าดูแลการพร้อมช่วยเหลือตลอดการส่งของ ติดต่อได้ผ่านไลฟ์แชท อีเมล support.th@deliveree.com หรือโทร 02-105-4400 ทุกวันตั้งแต่เวลา 5:00 ถึง 24:00 น. หากพบปัญหาระหว่างการส่งของ ฝ่ายบริการพร้อมช่วยประสานงานกับผู้ขับให้ทันที ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าได้ทุกช่องทางเมื่อต้องการความช่วยเหลือ

รถส่งของราคาประหยัดหลากหลายประเภท จ่ายรายเที่ยวตามการขนส่งจริง

รถส่งของราคาประหยัดหลากหลายประเภทช่วยให้คุณเลือกรถส่งของได้ตรงตามขนาด ปริมาน และน้ำหนักของที่ต้องการส่ง ให้คุณจ่ายค่าขนส่งรายเที่ยวตามการใช้งานจริง โดยไม่ต้องจ่ายเกินความจำเป็น Deliveree มีรถให้เลือก 12 ประเภท ตั้งแต่มอเตอร์ไซค์ไปจนถึงรถเทรลเลอร์ หากคุณเลือกประเภทรถให้เหมาะกับน้ำหนักและปริมาณของ คุณสามารถวางแพลนค่าใช้จ่ายได้แม่นยำยิ่งขึ้น

รถมอเตอร์ไซค์

รถมอเตอร์ไซค์ คือรถที่ราคาถูกที่สุดในทุกประเภท เริ่มต้นที่ 35 บาท บวกเฉลี่ย 7 บาทต่อกิโลเมตร สามารถบรรทุกของได้สูงสุด 30 กิโลกรัม จุดเด่นคือความคล่องตัวในการส่งของภายในเมือง หลบรถติดและรับของได้เร็วที่สุด เช็คค่าขนส่งและเรียกรถมอเตอร์ไซค์ได้ทันทีผ่านแอปและเว็บแอป Deliveree

รถยนต์

รถยนต์ คือรถที่รองรับการส่งของชิ้นเล็กถึงกลาง และต้องการความระมัดระวังเป็นพิเศษ ค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 80 บาท บวกเฉลี่ย 8 บาทต่อกิโลเมตร สามารถบรรทุกของได้สูงสุด 150 กิโลกรัม จุดเด่นของรถยนต์คือพื้นที่บรรทุกของในตัวรถ สามารถป้องกันฝุ่นและรอยขีดข่วนได้ดีกว่ารถเปิดอย่างรถกระบะ เช็คค่าขนส่งและเรียกรถรถยนต์ได้ทันทีผ่านแอปและเว็บแอป Deliveree

รถยนต์ XL

รถยนต์ XL คือรถ SUV หรือ MPV และรถ 5 ประตูที่สามารถบรรทุกของได้มากกว่ารถยนต์ทั่วไปเล็กน้อย ค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 140 บาท บวก 10 บาทต่อกิโลเมตร สามารถบรรทุกของได้สูงสุด 300 กิโลกรัม จุดเด่นของรถยนต์ XL คือเหมาะกับการส่งของที่มีปริมาณมากขึ้น แต่ยังไม่ถึงขนาดหรือปริมาณที่ต้องใช้รถกระบะ เช็คค่าขนส่งและเรียกรถรถยนต์ XL ได้ทันทีผ่านแอปและเว็บแอป Deliveree

รถปิคอัพ

รถปิคอัพ คือรถกระบะเปิดที่รองรับการส่งของขนาดกลางถึงใหญ่ ค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 160 บาท บวกเฉลี่ย 10.5 บาทต่อกิโลเมตร สามารถบรรทุกของได้สูงสุด 1 ตัน จุดเด่นของรถปิคอัพคือสามารถวางของที่มีความยาวหรือรูปทรงพิเศษออกนอกตัวรถได้ ทำให้มีความยืดหยุ่นในของส่งของหลากหลายขนาด เช็คค่าขนส่งและเรียกรถปิคอัพได้ทันทีผ่านแอปและเว็บแอป Deliveree

รถกระบะตู้ทึบ

รถกระบะตู้ทึบ คือรถที่มีตู้ปิดมิดชิดสำหรับส่งของที่ต้องกันฝนและแดด ค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 190 บาท บวกเฉลี่ย 11 บาทต่อกิโลเมตร สามารถบรรทุกของได้สูงสุด 1.5 ตัน จุดเด่นของรถกระบะตู้ทึบคือตัวตู้ที่สามารถป้องกันของจากสภาพอากาศ เช็คค่าขนส่งและเรียกรถกระบะตู้ทึบได้ทันทีผ่านแอปและเว็บแอป Deliveree

รถกระบะตู้ทึบ XL

รถกระบะตู้ทึบ XL คือรถกระบะตู้ทึบที่มีขนาดของตู้ที่ยาวและสูงกว่ารถกระบะตู้ทึบทั่วไป ค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 473 บาท บวก 14 บาทต่อกิโลเมตร สามารถบรรทุกของได้สูงสุด 1.5 ตัน เทียบเท่ากับรถกระบะตู้ทึบทั่วไป จุดเด่นของรถกระบะตู้ทึบ XL คือสามารถส่งของที่เบาแต่ต้องใช้พื้นบรรทุกของมากขึ้น เช็คค่าขนส่งและเรียกรถกระบะตู้ทึบ XL ได้ทันทีผ่านแอปและเว็บแอป Deliveree

รถเย็น

รถเย็น คือรถควบคุมอุณหภูมิเพื่อส่งของแช่เย็นหรือแช่แข็ง โดยสามารถตั้งอุณหภูมิได้ตำ่สุดที่ -18 องศาเซลเซียส ค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 1,100 บาท บวกเฉลี่ย 12.5 บาทต่อกิโลเมตร สามารถบรรทุกของได้สูงสุด 1 ตัน ณ ปัจจุบันให้บริการเรียกรถเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล จุดเด่นของรถเย็นคือการรักษาอุณหภูมิของที่ส่งได้ เหมาะกับการส่งอาหารสดและเภสัชภัณฑ์ เช็คค่าขนส่งและเรียกรถเย็นได้ทันทีผ่านแอปและเว็บแอป Deliveree

รถ 6 ล้อ

รถ 6 ล้อ คือรถบรรทุกขนาดใหญ่สำหรับส่งของปริมาณมาก ค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 1,950 บาท บวกเฉลี่ย 15.5 บาทต่อกิโลเมตร บรรทุกของได้สูงสุด 5 ตัน จุดเด่นของรถ 6 ล้อคือมีพื้นที่บรรทุกกว้างกว่ากระบะ เหมาะกับการขนย้ายบ้านหรือสำนักงาน และมีให้เลือก 2 รูปแบบ ทั้งแบบตู้ทึบ และคอก เช็คค่าขนส่งและเรียกรถ 6 ล้อได้ทันทีผ่านแอปและเว็บแอป Deliveree

รถ 6 ล้อ XL

รถ 6 ล้อ XL คือรถ 6 ล้อที่มีตัวรถ หรือตู้ทึบความยาว 7 เมตร มีพื้นที่บรรทุกของมากขึ้นในหนึ่งเที่ยว ค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 2,050 บาท บวก 18 บาทต่อกิโลเมตร บรรทุกของได้สูงสุด 5 ตัน จุดเด่นของรถ 6 ล้อ XL คือบรรทุกได้มากถึง 14 พาเลทต่อเที่ยว มากกว่ารถ 6 ล้อมาตรฐานที่รับได้ 10 พาเลท เช็คค่าขนส่งและเรียกรถ 6 ล้อ XL ได้ทันทีผ่านแอปและเว็บแอป Deliveree

รถ 10 ล้อ

รถ 10 ล้อ คือรถบรรทุกขนาดใหญ่สำหรับสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าน้ำหนักมาก ค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 3,200 บาท บวกเฉลี่ย 18.5 บาทต่อกิโลเมตร บรรทุกของได้สูงสุด 14 ตัน จุดเด่นของรถ 10 ล้อคือบรรทุกของน้ำหนักได้มากขึ้นในเที่ยวเดียว เช็คค่าขนส่งและเรียกรถ 10 ล้อได้ทันทีผ่านแอปและเว็บแอป Deliveree

รถ 10 ล้อ XL

รถ 10 ล้อ XL คือรถ 10 ล้อที่มีตัวรถ หรือตู้ทึบความยาว 7 เมตร ค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 3,300 บาท บวก 22 บาทต่อกิโลเมตร บรรทุกของได้สูงสุด 12,000 กิโลกรัม จุดเด่นของรถ 10 ล้อ XL คือเหมาะกับการส่งวัสดุก่อสร้างหรือของอุตสาหกรรมที่มีขนาดและน้ำหนักมากกว่า 6 เมตร เช็คค่าขนส่งและเรียกรถ 10 ล้อ XL ได้ทันทีผ่านแอปและเว็บแอป Deliveree

รถเทรลเลอร์

รถเทรลเลอร์ คือรถเทรลเลอร์พื้นเรียบ และเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่สุดสำหรับส่งของพิเศษที่ใส่ตู้บรรทุกทั่วไปไม่ได้ ค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 4,000 บาท บวกเฉลี่ย 31.5 บาทต่อกิโลเมตร บรรทุกของได้สูงสุด 32 ตัน จุดเด่นของรถเทรลเลอร์คือสามารถบรรทุกเครื่องจักรและอุปกรณ์หนัก และไม่สามารถบรรทุกภายในตู้คอนเทนเนอร์ เช็คค่าขนส่งและเรียกรถเทรลเลอร์ได้ทันทีผ่านแอปหรือเว็บแอป Deliveree

บริการเรียกรถส่งของไปต่างจังหวัด ส่งได้ทั่วไทย

Deliveree ให้บริการเรียกรถส่งของในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหลายๆ จังหวัดทั่วประเทศไทย ครอบคลุมทั้ง 6 ภูมิภาค และสามารถส่งของข้ามจังหวัดทั่วไทย บริการเรียกรถส่งของคิดค่าขนส่งตามระยะทางจริง ตรวจสอบจังหวัดที่ให้บริการเรียกรถ Deliveree และค่าขนส่งเริ่มต้นได้ด้านล่าง

  • กรุงเทพฯ ปริมณฑล ครอบคลุมกรุงเทพฯ จังหวัดนครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ค่าขนส่งเร่ิมต้นที่ 80 บาท บวก 8 บาทต่อกิโลเมตร สำหรับรถยนต์
  • ภาคกลาง ครอบคลุมจังหวัดนครนายก ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อยุธยา และอ่างทอง ค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 80 บาท บวก 8 บาทต่อกิโลเมตร สำหรับรถยนต์
  • ภาคตะวันออก ครอบคลุมจังหวัดจันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ปราจีนบุรี และระยอง ค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 80 บาท บวก 8 บาทต่อกิโลเมตร สำหรับรถยนต์
  • ภาคตะวันตก ครอบคลุมจังหวัดราชบุรี และสมุทรสงคราม ค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 80 บาท บวก 8 บาทต่อกิโลเมตร สำหรับรถยนต์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครอบคลุมจังหวัดขอนแก่น นครราชสีมา และอุดรธานี ค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 80 บาท บวก 8 บาทต่อกิโลเมตร สำหรับรถยนต์
  • ภาคเหนือ ครอบคลุมจังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอเมืองลำพูน ค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 80 บาท บวก 8 บาทต่อกิโลเมตร สำหรับรถยนต์
  • ภาคใต้ ครอบคลุมจังหวัดภูเก็ต ค่าขนส่งเริ่มต้นที่ 125 บาท บวก 11 บาทต่อกิโลเมตร สำหรับรถยนต์

บริการเรียกรถส่งของไปต่างจังหวัด Deliveree คิดค่าขนส่งตามระยะทางจริงจากจุดรับ ไปยังจุดส่งของ ตรวจสอบค่าขนส่งจริงได้ในแอปและเว็บแอป Deliveree

ปัจจัยที่กำหนดราคาส่งของทั่วไป

ราคาส่งของทั่วไปกำหนดจาก 4 ปัจจัยหลัก คือ ระยะทาง ประเภทรถ จำนวนจุดส่ง และบริการเสริมที่เพิ่มในแต่ละการจองรถ ปัจจัยเหล่านี้รวมกันเป็นข้อกำหนดราคาส่งของต่อเที่ยว ทำให้ราคาต่างกันได้แม้จุดรับและจุดส่งเดียวกัน

ระยะทางเป็นปัจจัยที่มีผลต่อราคาส่งของมากที่สุด เพราะราคาส่งของจะคำนวณตามระยะทางจากจุดรับของไปยังจุดส่งของ ประเภทรถเป็นตัวกำหนดราคาเช่นกันเพราะอัตราราคาส่งของต่อกิโลเมตรจะแตกต่างกันตามประเภทรถ ส่วนจำนวนจุดส่งและบริการเสริมต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นในหนึ่งการจองจะมีผลต่อราคาส่งของเช่นกัน

4 ปัจจัยนี้คือตัวแปรหลักที่ Deliveree ใช้คำนวณราคาส่งของก่อนแสดงให้ลูกค้าเห็นทุกครั้งก่อนยืนยันการจอง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาค่าขนส่ง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาค่าขนส่ง คือประเภทของสิ่งของ น้ำหนัก และขนาดของที่ทำให้เลือกใช้รถและคำนวณค่าขนสางต่อเที่ยวที่แตกต่างกันออกไป แม้มีจุดรับ-ส่งที่เดียวกัน ปัจจัย 4 ข้อหลักอื่นๆ ที่มีผลต่อราคา ได้แก่

  • น้ำหนักของ ของที่มีน้ำหนักเยอะ ต้องใช้รถที่รับน้ำหนักได้มากขึ้น ราคาจึงเพิ่มขึ้นตามประเภทรถที่เลือก
  • ขนาดของ ของที่มีขนาดใหญ่หรือรูปทรงพิเศษ ต้องใช้รถที่มีพื้นที่บรรทุกกว้างหรือยาวขึ้น ทำให้ราคาค่าขนส่งเพิ่มขึ้นด้วยประเภทรถที่ต้องเลือกพิเศษ
  • จำนวนจุดส่ง การส่งของหลายจุดในการจองเดียวเพิ่มระยะทางรวม ทำให้ราคาค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตามระยะทางขนส่งจริง
  • ของที่ต้องการดูแลพิเศษ ของที่แตกหักง่ายหรือต้องป้องกันจากฝนและแดดอาจต้องใช้รถที่มีตู้ทึบมิดชิดแทนรถกระบะเปิด ทำให้ราคาค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตามประเภทรถขนส่งที่ต้องมีตู้ทึบ

4 ลักษณะนี้คือปัจจัยของประเภทสิ่งของที่มีผลต่อการเลือกประเภทรถที่ต้องใช้ในการขนส่ง และคำนวณราคาค่าขนส่ง ก่อนแสดงราคาสุดท้ายให้ลูกค้าเห็นทุกครั้งก่อนยืนยันการจอง

ระยะทางมีผลต่อราคาค่าขนส่งอย่างไร

ระยะทางกำหนดราคาค่าขนส่งโดยตรงเพราะระบบคำนวณค่าขนส่งตามระยะทาง ผ่านสูตรราคาเริ่มต้นบวกอัตราต่อกิโลเมตร ยิ่งระยะทางจากจุดรับถึงจุดส่งไกลขึ้น ราคารวมก็จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนกิโลเมตรที่ระบบวัดจากระยะจริง ไม่ใช่ระยะทางเส้นตรงบนแผนที่ ตัวอย่างเช่น รถกระบะตู้ทึบ เริ่มต้นที่ 190 บาท บวกเฉลี่ย 11 บาทต่อกิโลเมตร ทำให้การส่งของในระยะสั้นมีราคาค่าขนส่งที่ถูกกว่าการส่งของระยะทางไกล หรือข้ามจังหวัด แม้ใช้รถประเภทเดียวกัน

ประเภทรถมีผลต่อราคาค่าส่งหรือไม่

มี ประเภทรถมีผลต่อราคาค่าขนส่งโดยตรง เพราะแต่ละประเภทมีอัตราเริ่มต้นและอัตราต่อกิโลเมตรต่างกันตามต้นทุนน้ำมันและน้ำหนักบรรทุกที่รับได้ มอเตอร์ไซค์ราคาเริ่มต้นที่ 35 บาท ขณะที่รถ 10 ล้อเริ่มต้นที่ 3,200 บาท ยิ่งรถมีขนาดใหญ่และรับน้ำหนักได้มากขึ้น ราคาเริ่มต้นและอัตราต่อกิโลเมตรจะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

บริการพิเศษทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่

มี บริการพิเศษหรือบริการเสริมมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากราคาค่าขนส่งหลัก บริการเสริมคิดราคาแยกตามลักษณะงาน เช่น บริการยกของขึ้น-ลงรถภายในระยะ 15 เมตร เริ่มต้นที่ 50 บาท ผู้ช่วยยกของ (ไม่รวมคนขับ) เริ่มต้นที่ 300 บาท บริการส่งคืนเอกสาร (POD) เริ่มต้นที่ 50 บาท เป็นต้น โดยค่าบริการพิเศษหรือบริกรเสริมจะแสดงให้ลูกค้าเห็นอย่างชัดเจนเมื่อเลือกบริการ และก่อนกดยืนยันการจองรถ

จองรถส่งของทั่วไปกับ Deliveree ได้อย่างไร

จองส่งของทั่วไปกับ Deliveree ทำได้ผ่านแอปหรือเว็บแอปโดยการเลือกประเภท ระบุวันและเวลาเข้ารับของ และระบุจุดรับ-ส่งของ ระบบจะแสดงราคาค่าขนส่งให้ตรวจสอบก่อนยืนยันการจอง เลือกได้ทั้งแบบด่วนรับของภายใน 1 ชั่วโมงหรือจองล่วงหน้าได้สูงสุด 14 วัน

ข้อมูลที่ต้องระบุเมื่อจองบริการส่งของทั่วไป

ข้อมูลที่ต้องระบุเมื่อจองบริการส่งของทั่วไป คือรายละเอียดที่ระบบใช้คำนวณค่าขนส่ง มี 5 ส่วนหลัก ได้แก่

  • จุดรับและจุดส่งของ ระบุที่อยู่ต้นทางและปลายทางให้ครบทุกจุดในการจองเดียวกัน
  • เลือกประเภทรถ เลือกประเภทรถที่เหมาะกับปริมานของ และขนาดของของที่ต้องส่ง เพื่อให้บรรทุกของครบในเที่ยวเดียว
  • เวลาเข้ารับของ ระบุวันและเวลาเข้ารับของ โดยเลือกได้ทั้งแบบด่วนภายใน 1 ชั่วโมงหรือกำหนดววัน เวลาล่วงหน้า
  • ข้อมูลติดต่อผู้ส่ง-รับของ ระบุชื่อและเบอร์โทรเพื่อให้ผู้ขับติดต่อได้เมื่อถึงจุดรับและจุดส่ง
  • บริการเสริมที่ต้องการ เลือกบริการเสริมเพิ่มเติมที่ต้องการใช้ เช่น บริการยกของขึ้น-ลงรถ ผู้ช่วยยกของ (ไม่รวมคนขับ) หรือบริการส่งคืนเอกสาร (POD) เป็นต้น

5 ส่วนนี้ครอบคลุมตั้งแต่จุดรับ จุดส่ง ลักษณะสินค้า เวลาเข้ารับของ ข้อมูลผู้ส่งและผู้รับ ไปจนถึงบริการเสริมที่ต้องการ ครบทุกส่วนที่ต้องระบุก่อนยืนยันการจอง

เลือกประเภทบริการส่งของให้เหมาะกับงานอย่างไร

เลือกประเภทบริการส่งของให้เหมาะกับงานโดยดูจากความเร่งด่วนและรูปแบบงานส่งของก่อนตัดสินใจจอง งานที่ต้องส่งทันที สามารถเลือกบริการด่วนซึ่งรับของได้เร็วสุดภายใน 1 ชั่วโมง งานที่วางแผนล่วงหน้าได้ ควรเลือกจองรถล่วงหน้าตั้งแต่ 2 ชั่วโมงถึง 14 วัน ส่วนงานที่ต้องส่งของหลายจุดหรือหลายรอบในหนึ่งการจอง ควรเลือกบริการเหมารายวัน ซึ่งใช้รถได้ไม่จำกัดจุดส่งภายในรัศมี 60 กิโลเมตรจากจุดรับของ

ตรวจสอบรายละเอียดการส่งของก่อนกดจองได้หรือไม่

ได้ ตรวจสอบรายละเอียดการส่งของทั้งหมดก่อนกดจองได้ที่หน้าสรุปรายละเอียดการจองในแอปและเว็บแอป หน้าสรุปนี้จะแสดงจุดรับ จุดส่ง ประเภทรถ และราคาค่าขนส่งจากระยะทางจริงให้ตรวจสอบก่อนกดยืนยัน แก้ไขข้อมูลได้ทันทีหากพบจุดที่ต้องการเปลี่ยน โดยไม่ต้องเริ่มกรอกใหม่ตั้งแต่ต้น

ระบุเวลาเข้ารับสินค้าที่ต้องการได้อย่างไร

ระบุเวลาเข้ารับสินค้าที่ต้องการได้ในขั้นตอนการจองรถ โดยเลือกได้ทั้งบริการด่วนที่รับของเร็วสุดภายใน 1 ชั่วโมง หรือกำหนดเวลาล่วงหน้าตั้งแต่ 2 ชั่วโมงไปจนถึง 14 วัน ระบบยืนยันเวลาที่เลือกไว้ทันทีหลังกดจอง ผู้ขับที่รับงานจะเดินทางไปถึงจุดรับตามเวลาที่กำหนด

แพ็คของทั่วไปแต่ละประเภทอย่างไรให้เหมาะสม

วิธีแพ็คของทั่วไปแต่ละประเภทให้เหมาะสม ต้องเตรียมสินค้าให้ตรงกับความเสี่ยงของแต่ละชิ้นก่อนขนขึ้นรถ โดยมี 5 ประเภทหลัก ได้แก่

  • ของแตกหักง่าย ห่อด้วยวัสดุกันกระแทกรอบด้านและใส่กล่องแข็งแรงก่อนปิดผนึก
  • ของเหลวหรือของที่รั่วซึมได้ ปิดฝาให้แน่นและใส่ถุงกันรั่วซ้อนอีกชั้นก่อนบรรจุกล่อง
  • ของชิ้นเล็กจำนวนมาก รวมใส่กล่องเดียวกันและกันพื้นที่ว่างด้วยวัสดุกันกระแทกเพื่อไม่ให้เลื่อนระหว่างทาง
  • ของที่ไม่มีกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ ห่อด้วยพลาสติกกันรอยหรือผ้าใบก่อนวางบนรถ
  • ของรูปทรงไม่ปกติ มัดให้แน่นเป็นชิ้นเดียวหรือใส่กล่องที่ตัดขนาดให้พอดีกับรูปทรงจริง

5 ประเภทนี้ครอบคลุมของแตกง่าย ของเหลว ของชิ้นเล็ก ของไม่มีบรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงของรูปทรงพิเศษ ที่ต้องแพ็คก่อนผู้ขับเข้ารับของ

จัดวางของทั่วไปอย่างไรให้ปลอดภัยระหว่างขนส่ง

จัดวางของทั่วไปให้ปลอดภัยระหว่างขนส่งโดยวางของหนักไว้ด้านล่างและของเบาหรือแตกง่ายไว้ด้านบนเสมอ ของแต่ละชิ้นที่จัดวางแล้วต้องเว้นระยะห่างกันไม่ให้เสียดสีหรือกระแทกกันขณะรถเคลื่อนที่ ของชิ้นใหญ่ที่วางไว้ต้องใช้เชือกหรือสายรัดยึดติดกับพื้นรถเพื่อป้องกันการเลื่อนไถลเมื่อรถเบรกหรือเข้าโค้ง ส่วนของที่ต้องแยกจากกัน เช่น ของเปียกกับของแห้ง ให้กั้นพื้นที่แยกกันชัดเจนก่อนผู้ขับปิดท้ายรถ

ป้องกันของแตกหักง่ายระหว่างขนส่งได้อย่างไร

ป้องกันของแตกหักง่ายระหว่างขนส่งได้ด้วยการห่อวัสดุกันกระแทกรอบชิ้นก่อนใส่กล่อง วัสดุกันกระแทกที่ใช้ควรเว้นช่องว่างในกล่องให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้ของเลื่อนกระแทกผนังกล่องขณะรถเบรกหรือเข้าโค้ง ปิดฉลากระบุว่าเป็นของแตกง่ายไว้ด้านนอกกล่องให้ผู้ขับเห็นชัดเจน เพื่อจัดวางแยกจากของหนักตั้งแต่ต้นทาง

เตรียมของก่อนผู้ขับเข้ารับของนานแค่ไหน

ควรเตรียมของให้พร้อมก่อนเวลาที่ระบุไว้ตอนจองเล็กน้อย เพื่อให้ผู้ขับเข้ารับของได้ทันทีเมื่อถึงจุดรับ ของที่เตรียมไว้ควรอยู่ในจุดที่ผู้ขับเข้าถึงได้สะดวก ไม่ต้องเข้าไปในตัวอาคารหรือหาตำแหน่งเพิ่มเติม หากของยังไม่พร้อมตามเวลาที่กำหนด ผู้ขับอาจต้องรอ ซึ่งอาจกระทบต่อเวลาส่งถึงปลายทาง

ขั้นตอนหลังจองรถขนส่งมีอะไรบ้าง

หลังจองรถขนส่ง ผู้ขับที่รับงานจะเดินทางไปยังจุดรับตามเวลาที่กำหนด เมื่อรับสินค้าแล้ว ผู้ขับจะเริ่มเดินทางไปยังจุดส่งปลายทางทันที ระหว่างการเดินทางนี้ ระบบอัปเดตตำแหน่งรถและสถานะการขนส่งแบบเรียลไทม์ผ่านแอปหรือเว็บแอปตลอดเส้นทาง

หากเกิดสถานการณ์ที่กระทบเวลาส่ง เช่น รถติดหรือสภาพเส้นทาง ลูกค้าติดตามความคืบหน้าได้ทันทีโดยไม่ต้องโทรถามผู้ขับ เมื่อถึงปลายทาง ผู้ขับบันทึกรูปถ่ายและลายเซ็นดิจิทัลยืนยันว่าส่งสำเร็จ

ผู้ขับขนส่งสินค้าจากจุดรับถึงจุดส่งอย่างไร

ผู้ขับขนส่งสินค้าจากจุดรับถึงจุดส่งด้วยรถคันเดียวตลอดเส้นทาง โดยไม่แวะรับของจากผู้ส่งรายอื่นหรือย้ายสินค้าขึ้นรถคันใหม่ระหว่างทาง สินค้าจึงอยู่บนรถคันเดิมตั้งแต่จุดรับจนถึงปลายทาง ลดความเสี่ยงที่ของจะสูญหายหรือเสียหายจากการขนย้ายซ้ำ ผู้ขับเลือกเส้นทางที่เร็วที่สุดตามสภาพการจราจรจริง และระบบอัปเดตตำแหน่งรถให้ลูกค้าเห็นตลอดการเดินทาง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาการขนส่ง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาการขนส่ง คือเหตุการณ์ระหว่างทางที่ทำให้ผู้ขับใช้เวลานานกว่าปกติ แม้จะออกเดินทางตรงเวลา มี 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่

  • การจราจร ช่วงเวลาเร่งด่วน 07.00 ถึง 09.00 น. และ 17.00 ถึง 20.00 น. ทำให้รถเคลื่อนตัวช้ากว่าปกติ
  • จำนวนจุดส่ง การส่งหลายจุดในการจองเดียวกันเพิ่มเวลารวมตามจำนวนจุดปลายทาง
  • สภาพเส้นทาง เส้นทางที่ผ่านภูเขาหรือพื้นที่ก่อสร้างทำให้ความเร็วเฉลี่ยต่ำกว่าทางด่วน
  • ประเภทและขนาดสินค้า สินค้าขนาดใหญ่หรือต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการโหลดใช้เวลานานกว่าสินค้าทั่วไป

4 ปัจจัยนี้ครอบคลุมตัวแปรที่พบบ่อยที่สุดซึ่งทำให้เวลาส่งจริงคลาดเคลื่อนจากที่ระบบประเมินไว้ตอนจอง ลูกค้าติดตามความคืบหน้าล่าสุดได้เสมอผ่านแอปหรือเว็บแอป

ติดตามสถานะระหว่างขนส่งได้ผ่านช่องทางไหนได้บ้าง

ติดตามสถานะระหว่างขนส่งได้ผ่านแอปหรือเว็บไซต์ Deliveree ตลอดเส้นทาง หน้าติดตามนี้แสดงตำแหน่งรถบนแผนที่แบบเรียลไทม์ พร้อมสถานะอัปเดตตั้งแต่ผู้ขับรับงาน กำลังไปรับสินค้า กำลังขนส่ง จนถึงส่งสำเร็จ ระบบยังส่งลิงก์ติดตามสถานะไปให้ผู้รับปลายทางโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้รับเห็นความคืบหน้าได้เองโดยไม่ต้องรอโทรแจ้ง

เปลี่ยนแปลงรายละเอียดระหว่างขนส่งต้องทำอย่างไร

หากต้องการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดระหว่างขนส่ง ติดต่อผู้ขับโดยตรงผ่านเบอร์โทรที่แสดงในแอป หรือติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าผ่านไลฟ์แชท อีเมล support.th@deliveree.com หรือโทร 02-105-4400 ทุกวันตั้งแต่เวลา 5:00 ถึง 24:00 น. ฝ่ายบริการลูกค้าประสานงานกับผู้ขับให้ทันทีเมื่อจุดส่งหรือเวลาเปลี่ยนแปลง เพื่อลดผลกระทบต่อการขนส่งส่งให้มากที่สุด

ข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับการส่งของทั่วไป

เงื่อนไขสำหรับการส่งของทั่วไปมี 4 ด้านหลัก คือ การยกเลิกการจอง การขนส่งที่ไปไม่ถึงปลายทาง การคืนเงิน และการเรียกร้องค่าเสียหายในกรณีของเสียหายระหว่างการส่งของ เงื่อนไขทั้ง 4 ด้านนี้ทำงานร่วมกับความคุ้มครองสินค้าที่ Deliveree ให้อัตโนมัติสูงสุด 15,000 บาททุกการขนส่ง ตามประเภทรถที่เลือกใช้บริการ และสูงสุด 750,000 บาทสำหรับลูกค้าบัญชีธุรกิจ รายละเอียดของแต่ละเงื่อนไขแยกอธิบายไว้ในหัวข้อถัดไป ตั้งแต่กฎการยกเลิกไปจนถึงขั้นตอนเรียกร้องค่าเสียหาย

ข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับการยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการส่งของ

ลูกค้าสามารถยกเลิกการจองได้เองในแอปก่อนคนขับกดส่งลายเซ็นที่จุดรับจุดแรก โดยไม่ต้องติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ โดยอัตราค่าธรรมเนียมยกเลิกงาน จะขึ้นอยู่กับเวลาที่ยกเลิกก่อนเวลานัดรับของและประเภทรถที่จอง หากคนขับกดส่งลายเซ็นที่จุดรับจุดแรกไปแล้ว ลูกค้าต้องติดต่อฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์เพื่อยกเลิก ช่วงเวลายกเลิกฟรีและค่าธรรมเนียมยกเลิกงานของรถแต่ละประเภทมีดังนี้

  • มอเตอร์ไซค์ ยกเลิกฟรีก่อนเวลานัดรับของมากกว่า 15 นาที ยกเลิกน้อยกว่า 15 นาที เสียค่าธรรมเนียม 30% ของราคางาน สูงสุด 300 บาท
  • รถยนต์ ปิคอัพ กระบะตู้ทึบ และรถเย็น ยกเลิกฟรีก่อนเวลานัดรับของมากกว่า 30 นาที ยกเลิกน้อยกว่า 30 นาที เสียค่าธรรมเนียม 30% ของราคางาน สูงสุด 750 บาท
  • รถ 6 ล้อและรถ 10 ล้อ ยกเลิกฟรีก่อนเวลานัดรับของมากกว่า 60 นาที ยกเลิกน้อยกว่า 60 นาที เสียค่าธรรมเนียม 30% ของราคางาน สูงสุด 1,500 บาท
  • รถเทรลเลอร์ ยกเลิกฟรีก่อนเวลานัดรับของมากกว่า 2 ชั่วโมง ยกเลิกน้อยกว่า 2 ชั่วโมง เสียค่าธรรมเนียม 30% ของราคางาน สูงสุด 1,750 บาท

รายการด้านบนแสดงเวลายกเลิกฟรี อัตราค่าธรรมเนียม และค่าธรรมเนียมสูงสุดต่องานของรถแต่ละประเภท ยิ่งรถใหญ่ ยิ่งต้องยกเลิกก่อนเวลานัดรับของนานขึ้น

สำหรับลูกค้าบัญชีธุรกิจค่าธรรมเนียมยกเลิกงานจะแสดงในใบแจ้งหนี้รายเดือน ส่วนลูกค้าทั่วไปจะต้องจ่ายเป็นเงินสดให้คนขับโดยตรง ในกรณีที่ลูกค้ายังไม่ชำระค่ารอ ระบบจะบันทึกค่าธรรมเนียมเป็นยอดรอชำระในกระเป๋าเงิน แล้วแสดงในรายละเอียดราคาตอนจองงานใหม่ ซึ่งลูกค้าต้องชำระให้ Deliveree

ของไปไม่ถึงปลายทางจัดการอย่างไร

ของไปไม่ถึงปลายทางเมื่อผู้ขับพบอุปสรรคที่ทำให้เข้าถึงจุดส่งไม่ได้ เช่น ที่อยู่ไม่ถูกต้องหรือติดต่อผู้รับไม่ได้ ผู้ขับแจ้งสถานะนี้กลับมาที่ฝ่ายบริการลูกค้าทันที ฝ่ายบริการลูกค้าติดต่อลูกค้าเพื่อยืนยันข้อมูลจุดส่งหรือหาทางแก้ไขก่อนนำของกลับไปยังจุดรับ หากยังส่งของไม่สำเร็จหลังจากนั้น ฝ่ายบริการลูกค้าประสานงานเรื่องขั้นตอนถัดไปกับลูกค้าโดยตรง

การคืนเงินในกรณียกเลิกการส่งของใช้เวลานานแค่ไหน

การคืนเงินในกรณียกเลิกการส่งของเกิดขึ้นหลังฝ่ายบริการลูกค้าตรวจสอบเงื่อนไขการยกเลิกเสร็จสิ้น เงินที่คืนจะเข้าช่องทางชำระเงินเดิมที่ใช้ตอนจอง ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต เดบิต หรือกระเป๋าเงินในแอปลูกค้าติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าผ่านไลฟ์แชทหรือโทร 02-105-4400 เพื่อตรวจสอบสถานะการคืนเงินได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 5:00 ถึง 24:00 น.

แจ้งเคลมของเสียหายระหว่างส่งของได้อย่างไร

แจ้งเคลมของเสียหายระหว่างส่งของได้ผ่านการติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าพร้อมแจ้งรายละเอียดและหลักฐานความเสียหาย ทุกการขนส่งได้รับความคุ้มครองสินค้าอัตโนมัติสูงสุด 15,000 บาทโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และสูงสุด 750,000 บาทสำหรับลูกค้าบัญชีธุรกิจ ฝ่ายบริการลูกค้าจะส่งแบบฟอร์มให้ลูกค้ากรอกข้อมูลและส่งหลักฐานเพื่อเริ่มขั้นตอนการเคลมของ

จัดการอย่างไรเมื่อเจอปัญหาระหว่างส่งของทั่วไป

ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าของ Deliveree ได้ทันทีเมื่อพบปัญหาระหว่างส่งของ ฝ่ายบริการลูกค้าพร้อมดูแลตั้งแต่คำถามเรื่องสถานะไปจนถึงกรณีที่ต้องประสานงานเพิ่มเติมกับผู้ขับ ติดต่อได้ผ่านไลฟ์แชท อีเมล support.th@deliveree.com หรือโทร 02-105-4400 ทุกวันตั้งแต่เวลา 5:00 ถึง 24:00 น. รายละเอียดของแต่ละสถานการณ์แยกอธิบายไว้ในหัวข้อถัดไป ตั้งแต่เรื่องที่ลูกค้าสอบถามบ่อยไปจนถึงวิธีแจ้งเรื่องให้ฝ่ายบริการลูกค้าดำเนินการ

สถานการณ์ไหนที่ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการความช่วยเหลือระหว่างการส่งของ

สถานการณ์ไหนที่ลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการความช่วยเหลือระหว่างส่งของ คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้แม้จองและเตรียมของถูกต้องตามทุกขั้นตอนแล้ว มี 4 สถานการณ์หลัก ได้แก่

  • ติดต่อผู้ขับไม่ได้ ผู้ขับไม่รับสายหรือไม่ตอบข้อความ และไม่เข้ารับของตามเวลาที่นัดหมายไว้
  • ผู้ขับมาถึงจุดรับล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนด กระทบต่อการแผนงานที่วางไว้
  • สินค้าเสียหายหรือสูญหายระหว่างการส่งของ ต้องแจ้งเรื่องเพื่อดำเนินการเคลม
  • ต้องการเปลี่ยนจุดส่งหรือรายละเอียดกะทันหันระหว่างทาง

4 สถานการณ์นี้ครอบคลุมเรื่องที่ลูกค้าติดต่อฝ่ายบริการลูกค้ามากที่สุด ตั้งแต่การติดต่อผู้ขับไปจนถึงการแจ้งเคลมสินค้าเสียหาย

เมื่อพบปัญหาที่กระทบการส่งของควรทำอย่างไร

แจ้งฝ่ายบริการลูกค้าของ Deliveree ทันทีเมื่อพบปัญหาระหว่างการส่งของ ผ่านไลฟ์แชท อีเมล support.th@deliveree.com หรือโทร 02-105-4400 ทุกวันตั้งแต่เวลา 5:00 ถึง 24:00 น. ฝ่ายบริการลูกค้าตรวจสอบสถานะการส่งของและประสานงานกับผู้ขับให้ทันทีเพื่อแก้ปัญหาตามสถานการณ์ที่พบ หากปัญหาเกี่ยวข้องกับสินค้าเสียหายหรือสูญหาย ฝ่ายบริการลูกค้าดำเนินการเคลมตามวงเงินคุ้มครองที่มีอยู่ในทุกการขนส่ง

ขอความช่วยเหลือเมื่อพบปัญหาระหว่างส่งของได้ที่ไหน

ขอความช่วยเหลือเมื่อพบปัญหาระหว่างส่งของได้ที่ฝ่ายบริการลูกค้าของ Deliveree โดยตรง ผ่านไลฟ์แชทบนแอปหรือเว็บไซต์ อีเมล support.th@deliveree.com หรือโทร 02-105-4400 ทุกวันตั้งแต่เวลา 5:00 ถึง 24:00 น. ฝ่ายบริการลูกค้าให้ความช่วยเหลือครอบคลุมตั้งแต่คำถามทั่วไปไปจนถึงกรณีที่ต้องประสานงานกับผู้ขับโดยตรง

แจ้งปัญหาสินค้าไม่ถึงปลายทางหรือเสียหายได้อย่างไร

แจ้งสินค้าไม่ถึงปลายทางหรือเสียหายได้ผ่านการติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าพร้อมระบุหมายเลขการจองและรายละเอียดของปัญหา ฝ่ายบริการลูกค้าอาจขอหลักฐานประกอบ เช่น รูปถ่ายสินค้าหรือรูปจุดส่ง เพื่อตรวจสอบก่อนดำเนินการตามเงื่อนไขความคุ้มครองที่มีอยู่ในทุกการขนส่ง

Nongnat Jaipol

นงค์นาถ ใจพล

ผู้จัดการฝ่ายการตลาด

scroll

บล็อกนี้เป็นบล็อกภาษาไทย คลิกด้านล่างเพื่ออ่าน

Thai Flag Language

ลูกค้า

ผู้ขับ

ข้อมูลเพิ่มเติม