
Deliveree คือแพลตฟอร์มโลจิสติกส์สำหรับการขนส่งของและสินค้าในกรุงเทพฯ และไปต่างจังหวัดทั่วไทย โดยให้บริการจัดส่งแบบเหมาคัน (Full Truck Load) เรียกรถได้ผ่านแอปและเว็บแอป Deliveree มีฟีเจอร์ที่ช่วยจัดการทุกความต้องการด้านการขนส่งสินค้าในกรุงเทพฯ ทั้งบริการการจัดส่งด่วน ราคาค่าขนส่งที่โปร่งใส และระบบติดตามการขนส่งแบบเรียลไทม์
การจองรถผ่าน Deliveree ทำได้ใน 3 ขั้นตอน เพียงกรอกจุดรับและจุดส่งสินค้า เลือกประเภทรถให้ตรงกับขนาดและน้ำหนักสินค้า และตรวจสอบราคาค่าขนส่งก่อนยืนยันการจอง
Deliveree รองรับการขนส่งสินค้าจากกรุงเทพฯ ไปยังทุกจังหวัดในประเทศไทย เหมาะสำหรับทั้งธุรกิจที่ต้องการส่งสินค้าเป็นประจำและการขนส่งทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการย้ายบ้านหรือส่งสิ่งของขนาดใหญ่ ตอบโจทย์ทุกการขนส่ง
ทำไมต้องเลือก Deliveree สำหรับการขนส่งสินค้าในกรุงเทพฯ
เหตุผลที่ต้องเลือก Deliveree สำหรับการขนส่งสินค้าในกรุงเทพฯ เพราะ Deliveree คือแพลตฟอร์มโลจิสติกส์ที่ให้บริการขนส่งสินค้าสำหรับธุรกิจและการขนส่งทั่วไป โดยสามารถจองรถผ่านแอปพลิเคชันและเว็บแอป มีรถหลากหลายประเภทให้เลือก พร้อมระบบติดตามการขนส่งผ่านแอปแบบเรียลไทม์ พร้อมฟีเจอร์ที่ช่วยให้จัดการการขนส่งดียิ่งขึ้นและใช้งานได้จริง ดังนี้
- ราคาโปร่งใส แสดงให้เห็นค่าขนส่งที่แท้จริงก่อนกดจอง โดยคำนวณจากระยะทางจริง
- ประเภทรถที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่ รถเก๋ง ไปจนถึงรถเทรลเลอร์ เหมาะกับทุกขนาดสินค้า
- ติดตามการขนส่งแบบเรียลไทม์ แสดงตำแหน่งรถและเวลาถึงโดยประมาณ (ETA) ผ่านแอปและเว็บแอป Deliveree ตลอดการขนส่ง
- การจองที่ยืดหยุ่น เลือกได้ทั้งแบบด่วนเข้ารับของภายใน 1 ชั่วโมง หรือจองล่วงหน้าได้ล่วงหน้าสูงสุด 14 วัน
- ผู้ขับมืออาชีพ มีเครือข่ายผู้ขับมากกว่า 20,000 คนที่ผ่านการอบรมและมีประสบการณ์ด้านการขนส่งโดยตรง
ทั้ง 5 เหตุผลนี้คือสิ่งที่ทำให้ Deliveree โดดเด่นจากบริการขนส่งทั่วไป ตั้งแต่ความโปร่งใสของราคาก่อนจองไปจนถึงเครือข่ายคนขับมืออาชีพกว่า 20,000 คนที่พร้อมรับงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
1. ราคาโปร่งใส
ราคาโปร่งใสของ Deliveree คือระบบคำนวณค่าขนส่งตามระยะทางที่จะแสดงราคาขนส่งจริงก่อนลูกค้ายืนยันการจองทุกครั้ง ราคาของ Deliveree จะแสดงตั้งแต่ขั้นตอนเลือกประเภทรถในแอป ทำให้ลูกค้าธุรกิจในกรุงเทพฯ สามารถวางแผนต้นทุนโลจิสติกส์ได้อย่างแม่นยำ

2. ประเภทรถที่หลากหลาย
Deliveree มีรถขนส่งสินค้าหลายประเภท ครอบคลุมตั้งแต่รถมอเตอร์ไซค์ รถเก๋ง รถกระบะ รถเย็น ไปจนถึงรถบรรทุก 6 ล้อ 10 ล้อ และรถเทรลเลอร์ เพื่อให้ธุรกิจทุกขนาดจับคู่ประเภทรถกับปริมาณสินค้าได้ตรงตามงานแต่ละครั้ง

3. ติดตามการขนส่งแบบเรียลไทม์
ระบบติดตามการขนส่งแบบเรียลไทม์ คือฟีเจอร์ที่ให้ลูกค้าเห็นตำแหน่งรถและสถานะการจัดส่งได้ตลอดเวลาผ่านแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ยังมีการส่งลิงก์ติดตามสถานะไปให้ผู้รับสินค้าที่ปลายทางโดยอัตโนมัติ พร้อมบันทึกภาพถ่ายและลายเซ็นดิจิทัลเมื่อส่งสำเร็จ
![]()
4. การจองที่ยืดหยุ่น
การจองของ Deliveree รองรับทั้งการจองแบบส่งภายในวัน สำหรับงานเร่งด่วน และการจองล่วงหน้าสำหรับงานที่วางแผนไว้ บริการ Deliveree เปิดให้จองได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่มีวันหยุด ซึ่งตอบโจทย์ธุรกิจที่ปริมาณขนส่งไม่แน่นอนในแต่ละวัน ธุรกิจในกรุงเทพฯ ส่งสินค้าเร่งด่วนได้ทันทีหรือจัดตารางขนส่งล่วงหน้าได้ในระบบเดียวกัน

5. ผู้ขับมืออาชีพ
ผู้ขับของ Deliveree คือผู้ขับที่ผ่านการตรวจสอบประวัติและฝึกอบรมมาตรฐานก่อนเริ่มรับงานส่งสินค้า ลูกค้าดูโปรไฟล์ คะแนนรีวิว และเบอร์โทรของผู้ขับแต่ละคนได้ผ่านแอปและเว็บแอปก่อนการจัดส่งเริ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีบริการประกันสินค้าสำหรับลูกค้าธุรกิจ ซึ่งลดความเสี่ยงกรณีสินค้าเสียหายระหว่างการขนส่งในกรุงเทพฯ
สำหรับธุรกิจที่ต้องการลดต้นทุนโลจิสติกส์และกระจายสินค้าในกรุงเทพฯ อย่างสม่ำเสมอ ฟีเจอร์ทั้ง 5 นี้คือสิ่งที่ทำให้การขนส่งสินค้าแต่ละเที่ยววางแผนได้ล่วงหน้า ตรวจสอบได้ระหว่างทาง และยืนยันได้เมื่อส่งสำเร็จ

Deliveree ให้บริการอะไรบ้างในกรุงเทพฯ
Deliveree ให้บริการขนส่งในกรุงเทพฯ 3 รูปแบบ ได้แก่ การจองรถแบบเหมาคัน (FTL) บริการส่งของภายในจังหวัดและ บริการขนส่งเหมาต่างจังหวัด บริการทั้ง 3 รูปแบบทำงานในรูปแบบการจองรถแบบเหมาคัน ต่างกันที่พื้นให้บริการและประเภทรถ
บริการขนส่งสินค้าของ Deliveree ในกรุงเทพมีดังนี้
- บริการขนส่งแบบเหมาคัน (FTL) ในกรุงเทพฯ
- บริการขนส่งแบบไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์ (LCL) ในกรุงเทพฯ
- บริการส่งของภายในกรุงเทพฯ และส่งข้ามจังหวัด
- บริการขนส่งเหมาต่างจังหวัดในกรุงเทพฯ
- บริการขนย้ายและโลจิสติกส์สำหรับธุรกิจในกรุงเทพฯ
ทั้ง 5 บริการนี้ครอบคลุมทุกความต้องการขนส่งสินค้าในกรุงเทพฯ ตั้งแต่งานส่งของในพื้นที่วันเดียวเสร็จไปจนถึงงานขนย้ายสำนักงานและโลจิสติกส์สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่
1. บริการขนส่งแบบเหมาคัน (FTL) ในกรุงเทพฯ
การขนส่งแบบเหมาคัน คือการจองรถทั้งคันเพื่อขนสินค้าของคุณโดยเฉพาะ ไม่แบ่งพื้นที่กับสินค้าคนอื่น Deliveree ให้บริการแบบเหมาคันด้วยรถหลายขนาด ตั้งแต่รถมอเตอร์ไซค์ไปจนถึงรถเทรลเลอร์ ลูกค้าสามารถเลือกจองแบบด่วนโดยให้รถเข้ารับของภายใน 1 ชั่วโมง จองล่วงหน้าได้ถึง 14 วัน หรือเหมารายวัน 9 ชั่วโมง ราคาเหมารวมค่าน้ำมันและผู้ขับไว้เรียบร้อย และสามารถเช็คราคาได้ก่อนยืนยันการจอง
2. บริการขนส่งแบบไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์ (LCL) ในกรุงเทพฯ
การขนส่งแบบไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์ คือการขนส่งที่ผู้ส่งสินค้านำของตัวเองไปรวมกับสินค้าของผู้อื่นในตู้คอนเทนเนอร์เดียว เหมาะกับสินค้าที่น้ำหนักต่ำกว่า 15,000 กิโลกรัมและไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์ ปัจจุบัน Deliveree ยังไม่ได้เปิดบริการการขนส่งแบบไม่เต็มตู้คอนเทนเนอร์ ในประเทศไทย แต่เป็นบริการที่น่าจับตามองสำหรับอนาคต เพราะความต้องการขนส่งรูปแบบนี้ในตลาดกรุงเทพฯ เติบโตขึ้นต่อเนื่อง
3. บริการส่งของภายในกรุงเทพฯ และส่งของข้ามจังหวัด
บริการส่งของภายในกรุงเทพฯ และส่งของข้ามจังหวัด โดยคิดค่าบริการตามระยะทาง สามารถส่งของได้หลายจุด ใน 1 การจอง รองรับสูงสุด 15 จุดส่งพร้อมจัดเส้นทางอัตโนมัติ รองรับสินค้าตั้งแต่น้ำหนักเบาด้วยมอเตอร์ไซค์ภายในกรุงเทพหรือปริมณฑล รถเก๋ง รถกระบะ ไปจนถึงรถบรรทุก 6 ล้อ 10 ล้อ และรถเทรลเลอร์สำหรับส่งของข้ามจังหวัด และยังมีรถเย็นสำหรับสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลโดยเฉพาะ ให้บริการเรียกรถ 24 ชั่วโมงทุกวัน และทุกการจัดส่งมีระบบลายเซ็นดิจิทัลยืนยันการรับสินค้าในทุกจุด
4. บริการขนส่งเหมาต่างจังหวัดในกรุงเทพฯ
บริการขนส่งเหมาต่างจังหวัด คือบริการส่งของจากกรุงเทพฯ ไปยัง 14 จังหวัดทั่วประเทศในราคาเหมา ครอบคลุมทั้งภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ เช่น ชลบุรี ขอนแก่น เชียงใหม่ และภูเก็ต ค่าขนส่งรวมค่ารถ ผู้ขับ ค่าน้ำมัน และบริการผู้ขับช่วยยกของไว้แล้ว
5. บริการขนย้ายและโลจิสติกส์สำหรับธุรกิจในกรุงเทพฯ
บริการขนย้ายและโลจิสติกส์สำหรับธุรกิจในกรุงเทพฯ คือบัญชีธุรกิจที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการขนส่งในเชิงธุรกิจโดยเฉพาะ เหมาะกับธุรกิจที่ต้องส่งสินค้าเป็นประจำ บัญชีธุรกิจรองรับการวางบิลรายเดือนพร้อมเครดิตเทอม 15 วัน บริการ POD และ COD เริ่มต้น 50 บาท และ บริการ เชื่อมต่อ API กับระบบหลังบ้านได้ฟรี ผ่านระบบโลจิสติกส์สำหรับธุรกิจ Deliveree
บริการหลักของ Deliveree คืออะไร
บริการหลักของ Deliveree คือ การขนส่งสินค้าแบบเหมาคัน ที่สามารถจองรถผ่านแอปหรือเว็บแอป แล้วรับสินค้าได้เร็วสุดภายใน 1 ชั่วโมง บริการขนส่งของ Deliveree ครอบคลุมทั้งการส่งของภายในจังหวัดและส่งข้ามจังหวัดแบบคิดราคาตามระยะทาง และแบบเหมา รองรับการขนส่งทุกรูปแบบ ให้บริการทุกวัน 24 ชั่วโมง
ทำไม Deliveree ถึงโดดเด่นกว่าแพลตฟอร์มขนส่งของและสินค้าอื่น
Deliveree โดดเด่นกว่าแพลตฟอร์มขนส่งเจ้าอื่นในกรุงเทพฯ เพราะมีประเภทรถให้บริการหลายรูปแบบและขนาด ตั้งแต่รถมอเตอร์ไซค์ไปจนถึงรถเทรลเลอร์ และมีพื้นที่บริการที่ครอบคลุมทั่วไทย ปัจจุบัน Deliveree ให้บริการใน 26 จังหวัด
Deliveree ขนส่งสินค้าประเภทไหนได้บ้าง
Deliveree รองรับสินค้าหลายประเภทในกรุงเทพฯ และทั่วไทย ดังนี้:
- สินค้าทั่วไปและสินค้าบรรจุกล่อง ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารแห้ง และสินค้าอีคอมเมิร์ซ เหมาะกับรถปิคอัพและกระบะตู้ทึบ
- สินค้าควบคุมอุณหภูมิ ได้แก่ อาหารสด อาหารแช่แข็ง และยา ใช้รถเย็นที่ให้บริการในกรุงเทพฯ ปริมณฑล
- เฟอร์นิเจอร์และของใช้ในบ้าน ได้แก่ สิ่งของสำหรับย้ายบ้านหรือย้ายสำนักงาน เหมาะกับรถกระบะตู้ทึบและรถ 6 ล้อ
- สินค้าขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก ได้แก่ เครื่องจักร วัสดุก่อสร้าง และอุปกรณ์อุตสาหกรรม ใช้รถ 10 ล้อหรือรถเทรลเลอร์พื้นเรียบ
สินค้าทุกประเภทที่กล่าวมาข้างต้น ไม่ว่าจะเป็นสินค้าทั่วไป สินค้าแช่เย็น หรือสินค้าขนาดใหญ่ สามารถส่งได้สูงสุด 15 จุดต่อการจองครั้งเดียว และยังได้รับประกันสูงสุด 15,000 บาท ฟรีทุกการจอง และสูงสุด 750,000 บาท สำหรับลูกค้าบัญชีธุรกิจ
Deliveree มีรถประเภทไหนให้เลือกบ้าง
Deliveree มีรถขนส่ง 8 ประเภทให้เลือกในกรุงเทพฯ ดังนี้:
- มอเตอร์ไซค์ เหมาะกับเอกสารและพัสดุชิ้นเล็กที่ต้องส่งด่วนในเมือง ให้บริการเฉพาะกรุงเทพฯ ปริมณฑล
- รถเก๋ง ครอบคลุมรถเก๋ง SUV และกระบะ 4 ประตู เหมาะกับสินค้าชิ้นเล็กถึงกลางที่ต้องการความระมัดระวังเป็นพิเศษ
- รถปิคอัพ มีทั้งแบบกระบะเปิดและกระบะคอก เหมาะกับสินค้าที่มีขนาดและน้ำหนักปานกลาง เช่น วัสดุก่อสร้างชิ้นเล็กหรือสินค้าเกษตร
- รถกระบะตู้ทึบ เหมาะกับสินค้าที่ต้องป้องกันจากฝน ความชื้น หรือแสงแดด เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าบรรจุกล่อง
- รถเย็น เหมาะกับอาหารสด อาหารแช่แข็ง และยาที่ต้องควบคุมอุณหภูมิตลอดการขนส่ง ให้บริการในกรุงเทพฯ ปริมณฑล
- รถ 6 ล้อ มีทั้งแบบตู้และแบบคอก เหมาะกับสินค้าปริมาณมากที่ต้องการพื้นที่บรรทุกกว้างกว่ารถปิคอัพ
- รถ 10 ล้อ มีทั้งแบบตู้และแบบคอก เหมาะกับสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าหนักที่ต้องการรถขนาดใหญ่
- รถเทรลเลอร์พื้นเรียบ เหมาะกับสินค้าขนาดใหญ่พิเศษที่ไม่สามารถบรรทุกในรถตู้ได้ เช่น เครื่องจักรและอุปกรณ์หนัก
8 ประเภทนี้ครอบคลุมรถขนส่งสินค้าตั้งแต่มอเตอร์ไซค์สำหรับส่งพัสดุชิ้นเล็กในกรุงเทพฯ ไปจนถึงรถเทรลเลอร์พื้นเรียบสำหรับสินค้าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ แต่ละประเภทมีราคาเริ่มต้นและอัตราค่าขนส่งต่อกิโลเมตรที่แตกต่างกัน
ควรใช้ Deliveree สำหรับการขนส่งในกรุงเทพฯ ครั้งต่อไปหรือไม่
ควรใช้ Deliveree สำหรับการขนส่งในกรุงเทพฯ เพราะ Deliveree เป็นแพลตฟอร์มขนส่งที่ตอบโจทย์ทั้งการขนส่งทั่วไปและการขนส่งเชิงธุรกิจ รองรับทั้งการจองรถครั้งเดียวและการขนส่งต่อเนื่องแบบธุรกิจ พร้อมให้บริการทุกวัน 24 ชั่วโมง ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดอื่นๆ ทั่วไทย
ส่งของไปต่างประเทศผ่าน Deliveree ได้หรือไม่
ไม่ได้ Deliveree ให้บริการขนส่งภายในประเทศไทยเท่านั้น ไม่รองรับการขนส่งระหว่างประเทศ การขนส่งระหว่างประเทศต้องใช้บริการจากผู้ให้บริการขนส่งข้ามประเทศแยกต่างหาก เพราะ Deliveree ให้บริการเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดต่างๆ ในไทยเท่านั้น
Deliveree มีแอปมือถือให้ใช้หรือไม่
มี Deliveree มีแอปมือถือให้ใช้ สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งในระบบ iOS และ Android แอป Deliveree รองรับการจองรถ เลือกบริการเสริม ติดตามตำแหน่งผู้ขับแบบเรียลไทม์ และดูประวัติการขนส่งพร้อมรูปถ่ายสินค้าได้ในแอปเดียว ชำระค่าบริการผ่านแอปได้หลายช่องทาง ทั้งเงินสด wallet บัตรเครดิตและบัตรเดบิต True Wallet และ Rabbit LINE Pay
ขั้นตอนการติดตามการขนส่งของ Deliveree มีอะไรบ้าง
ขั้นตอนการติดตามการขนส่งของ Deliveree ทำได้ 6 ขั้นตอนผ่านแอปมือถือหรือเว็บแอป แต่ละขั้นตอนอัปเดตสถานะการจัดส่งแบบเรียลไทม์
ขั้นตอนการติดตามการขนส่งของ Deliveree มีดังนี้:
- เปิดแอป Deliveree หรือเข้าเว็บแอปที่หน้าเว็บ Deliveree
- ลงชื่อเข้าบัญชีผู้ใช้งาน
- เลือกเมนู “ประวัติการส่งของ” เพื่อดูรายการการจองทั้งหมด ทั้งที่กำลังดำเนินการและที่เสร็จสิ้นแล้ว
- กดเข้าการจองที่กำลังดำเนินการและเลือกการจองที่ต้องการติดตาม
- ดูตำแหน่งรถบนแผนที่แบบเรียลไทม์ ระบบแสดงตำแหน่งผู้ขับและเส้นทางการจัดส่งได้ทันที
- ตรวจสอบสถานะการจัดส่งในแต่ละจุด ตั้งแต่ผู้ขับกดรับงาน เข้ารับสินค้า ระหว่างเดินทาง จนถึงส่งสำเร็จ พร้อมรูปถ่ายยืนยัน
6 ขั้นตอนนี้ครอบคลุมกระบวนการติดตามการขนส่งของ Deliveree ทั้งหมด ตั้งแต่การเข้าสู่ระบบผ่านแอปหรือเว็บแอป การเลือกจองรถที่ต้องการ การดูตำแหน่งรถบนแผนที่แบบเรียลไทม์ ไปจนถึงการตรวจสอบสถานะการจัดส่งในแต่ละจุดพร้อมรูปถ่ายยืนยันเมื่อส่งสำเร็จ
สถานะการขนส่งของ Deliveree แต่ละสถานะหมายความว่าอะไร
สถานะการขนส่งของ Deliveree แต่ละสถานะเป็นตัวบ่งบอกขั้นตอนการจัดส่งที่ระบบอัปเดตแบบเรียลไทม์ ผ่านแอปและเว็บแอป สถานะแต่ละตัวบอกตำแหน่งสินค้าและขั้นตอนการจัดส่งในเวลานั้นๆ ได้ทันที
สถานะการติดตามการขนส่งของ Deliveree มีความหมายดังนี้:
- รับงานแล้ว หมายถึงผู้ขับยืนยันรับงานและจะเดินทางไปยังจุดรับสินค้าในเวลาที่กำหนด
- กำลังไปรับสินค้า หมายถึงผู้ขับออกเดินทางจากตำแหน่งปัจจุบันไปที่จุดรับของที่ระบุในการจอง
- รับสินค้าแล้ว หมายถึงผู้ขับรับสินค้าจากต้นทางสำเร็จ และกำลังเดินทางไปยังจุดส่งของ
- กำลังจัดส่ง หมายถึงสินค้าอยู่ระหว่างการขนส่งไปจุดส่งของ ติดตามตำแหน่งรถบนแผนที่แบบเรียลไทม์ ได้ทันที
- ส่งสำเร็จ หมายถึงผู้ขับส่งของที่จุดส่งของเรียบร้อย ระบบบันทึกรูปถ่ายยืนยัน
5 สถานะนี้แสดงตำแหน่งและความคืบหน้าของการจัดส่งตั้งแต่ผู้ขับรับงานจนถึงส่งสินค้าถึงปลายทางสำเร็จ แต่ละสถานะอัปเดตแบบเรียลไทม์ผ่านแอปและเว็บแอปโดยไม่ต้องโทรถามผู้ขับ
การจัดส่งของ Deliveree จากกรุงเทพฯ ใช้เวลานานแค่ไหน
การจัดส่งของ Deliveree จากกรุงเทพฯ ใช้เวลา 1 ถึง 2 ชั่วโมงสำหรับการส่งในพื้นที่ และ 3 ถึง 12 ชั่วโมงสำหรับการขนส่งระหว่างจังหวัด เวลาจัดส่งเริ่มนับตั้งแต่ผู้ขับรับสินค้าจนถึงส่งสำเร็จที่ปลายทาง
Deliveree ให้บริการส่งของตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยผู้ขับมากกว่า 20,000 คน ทำให้ขนส่งได้รวดเร็ว เส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปภาคตะวันออกอย่างชลบุรีหรือระยองใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 4 ชั่วโมง ส่วนเส้นทางยาวอย่างเชียงใหม่หรือหาดใหญ่ใช้เวลา 8 ถึง 12 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับประเภทรถและสภาพการจราจร
ปัจจัยใดที่มีผลต่อเวลาการขนส่งสินค้าในประเทศไทย
ปัจจัยที่มีผลต่อเวลาการขนส่งสินค้าในไทยได้แก่ระยะทาง การจราจร ประเภทสินค้า และจำนวนจุดส่ง ปัจจัยเหล่านี้กำหนดเวลาจัดส่งจริงที่ผู้ขับใช้ตั้งแต่รับสินค้าจนถึงปลายทาง
ปัจจัยที่มีผลต่อเวลาการขนส่งสินค้าในไทยมีดังนี้:
- ระยะทาง ยิ่งระยะทางจากกรุงเทพฯ ถึงปลายทางไกล เวลาจัดส่งยิ่งนานตามไปด้วย
- การจราจร ชั่วโมงเร่งด่วนในกรุงเทพฯ ช่วง 07.00 ถึง 09.00 น. และ 17.00 ถึง 20.00 น. ทำให้เวลาจัดส่งในเมืองนานกว่าปกติ
- ประเภทสินค้า สินค้าขนาดใหญ่หรือสินค้าที่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการโหลดและขนถ่ายใช้เวลานานกว่าสินค้าทั่วไป
- จำนวนจุดส่ง การจัดส่งหลายจุดในการจองครั้งเดียวเพิ่มเวลารวมตามจำนวนจุดปลายทาง สูงสุด 15 จุดต่อการจอง
- สภาพเส้นทาง เส้นทางต่างจังหวัดที่ผ่านภูเขาหรือพื้นที่ก่อสร้างทำให้ความเร็วเฉลี่ยต่ำกว่าการขนส่งทางด่วน
5 ปัจจัยนี้ครอบคลุมตัวแปรหลักที่กำหนดเวลาจัดส่งสินค้าจริงในไทย ทั้งระยะทาง การจราจรในกรุงเทพฯ ช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ประเภทและขนาดสินค้า จำนวนจุดส่ง และสภาพเส้นทางต่างจังหวัด
Deliveree มีการอัปเดตการติดตามแบบเรียลไทม์หรือไม่
มี Deliveree มีอัปเดตตำแหน่งรถและสถานะการจัดส่งแบบเรียลไทม์ ผ่านแอปและเว็บแอปตลอดการขนส่ง ลูกค้าธุรกิจที่ใช้ระบบ API ของ Deliveree สามารถรับข้อมูลเรียลไทม์นี้เข้าระบบหลังบ้านได้โดยตรง และเมื่อส่งสำเร็จระบบบันทึกรูปถ่ายยืนยันให้ทันที
จะเลือกแพลตฟอร์มขนส่งที่ใช่ในกรุงเทพฯ ได้อย่างไร
จะเลือกแพลตฟอร์มขนส่งที่ใช่ในกรุงเทพฯ ต้องเปรียบเทียบ 5 ปัจจัยหลักก่อนตัดสินใจจอง ปัจจัยทั้ง 5 นี้กรองแพลตฟอร์มขนส่งในกรุงเทพฯ ให้ตรงกับประเภทสินค้าและงบประมาณของคุณได้
วิธีเลือกแพลตฟอร์มขนส่งในกรุงเทพฯ ทำตามขั้นตอนนี้:
- ระบุประเภทสินค้า รู้ก่อนว่าสินค้าเป็นพัสดุชิ้นเล็ก สินค้าปริมาณมาก หรือสินค้าที่ต้องการรถเฉพาะ เช่น รถเย็นหรือรถบรรทุก 10 ล้อ
- เช็คความครอบคลุมพื้นที่ ตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มขนส่งนั้นให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดปลายทางของคุณ
- เปรียบเทียบราคาค่าขนส่ง ใช้เครื่องมือคำนวณราคาก่อนจองทุกครั้ง
- ดูระบบติดตามพัสดุ เลือกแพลตฟอร์มที่มีการติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ และส่งรูปถ่ายยืนยันเมื่อจัดส่งสำเร็จ
- ตรวจสอบประกันสินค้า เปรียบเทียบวงเงินประกันสินค้าของแต่ละแพลตฟอร์ม Deliveree ให้ประกันอัตโนมัติสูงสุด 15,000 บาท และสูงสุด 750,000 บาทสำหรับลูกค้าธุรกิจ
5 ขั้นตอนนี้ครอบคลุมเกณฑ์หลักในการเปรียบเทียบแพลตฟอร์มขนส่งสินค้าในกรุงเทพฯ ตั้งแต่การระบุประเภทสินค้า การตรวจสอบพื้นที่ให้บริการ การเปรียบเทียบราคาค่าขนส่ง ระบบติดตามพัสดุ และวงเงินประกันสินค้าของแต่ละแพลตฟอร์ม
ควรดูปัจจัยใดเมื่อเลือกแพลตฟอร์มขนส่งในกรุงเทพฯ
ปัจจัยที่ควรดูเมื่อเลือกแพลตฟอร์มขนส่งในกรุงเทพฯ ได้แก่ ราคา ประเภทรถ ระบบติดตาม และประกันสินค้า ปัจจัยเหล่านี้แตกต่างกันระหว่างลูกค้าบุคคลทั่วไปกับธุรกิจที่ต้องการขนส่งต่อเนื่อง
ปัจจัยที่ควรดูเมื่อเลือกแพลตฟอร์มขนส่งในกรุงเทพฯ มีดังนี้:
- ความโปร่งใสด้านราคา แพลตฟอร์มที่ดีแสดงราคาจริงก่อนจองโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
- ประเภทรถที่รองรับ เช็คว่ามีรถครอบคลุมทุกขนาดที่คุณต้องการ
- ระบบติดตามพัสดุ ต้องมีการติดตามเรียลไทม์ และรูปถ่ายยืนยันการส่งสำเร็จ
- ความพร้อมของผู้ขับ จำนวนผู้ขับในระบบกำหนดว่าจะหารถได้เร็วแค่ไหน
- ตัวเลือกการชำระเงิน แพลตฟอร์มที่ยืดหยุ่นรองรับการชำระเงินหลายช่องทาง
- การรองรับธุรกิจ ดูว่ามีระบบ API วางบิลรายเดือน และเครดิตเทอมให้หรือเปล่า สำหรับลูกค้าองค์กรที่ขนส่งต่อเนื่อง
ปัจจัยทั้งหมดนี้ครอบคลุมทั้งด้านราคา ประเภทรถ ระบบติดตามพัสดุ ความพร้อมของผู้ขับ ช่องทางชำระเงิน และการรองรับองค์กรที่ขนส่งต่อเนื่อง ซึ่งเกณฑ์แต่ละข้อใช้ได้กับทั้งบุคคลทั่วไปและธุรกิจที่ต้องการแพลตฟอร์มขนส่งสินค้าในกรุงเทพฯ ระยะยาว
บริการขนส่งสินค้าในกรุงเทพฯ เจ้าไหนราคาถูกที่สุด
Deliveree เป็นแพลตฟอร์มบริการขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯที่มีราคาเริ่มต้นต่ำสุดในกลุ่มรถบรรทุก เริ่มต้นที่ 160 บาทสำหรับรถปิคอัพ ราคา Deliveree รวมค่ารถ ค่าน้ำมัน และค่าแรงผู้ขับในตัวเลขเดียว ทำให้เปรียบเทียบราคาขนส่งได้ตรงไปตรงมา
แต่ถ้าส่งพัสดุชิ้นเล็กและเอกสาร Flash Express กับ J&T Express มีราคาต่อชิ้นที่แข่งขันได้ในกรุงเทพฯ สรุปง่ายๆ คือ Deliveree ถูกที่สุดในกลุ่มรถบรรทุก ส่วนพัสดุชิ้นเล็กควรเปรียบเทียบราคาก่อนจองทุกครั้ง
ปัจจัยใดที่มีผลต่อราคาค่าขนส่งในกรุงเทพฯ
ปัจจัยที่มีผลต่อราคาค่าขนส่งในกรุงเทพฯ ได้แก่ ระยะทาง ประเภทรถ ราคาน้ำมัน และจำนวนจุดส่งสินค้า ปัจจัยราคาค่าขนส่งเหล่านี้กำหนดต้นทุนต่อเที่ยว ทำให้ราคาต่างกันแม้จะเป็นจุดรับและจุดส่งเดียวกัน
ปัจจัยที่มีผลต่อราคาค่าขนส่งในกรุงเทพฯ มีดังนี้:
- ระยะทาง ยิ่งส่งไกลยิ่งราคาสูง ราคาขนส่งคำนวณตามกิโลเมตรจากต้นทางถึงปลายทาง
- ประเภทรถ รถมอเตอร์ไซค์ รถปิคอัพ รถ 6 ล้อ และรถ 10 ล้อ มีอัตราค่าขนส่งต่างกันตามต้นทุนน้ำมันและน้ำหนักบรรทุก
- ราคาน้ำมัน คิดเป็น 40 ถึง 50% ของต้นทุนขนส่งทั้งหมด ราคาน้ำมันขึ้นเมื่อไหร่ ค่าขนส่งก็ขึ้นตาม
- จำนวนจุดส่ง ส่งหลายจุด เวลาขนส่งยิ่งนานขึ้น ระยะทางรวมมากขึ้น ราคาสูงขึ้น
- ความต้องการตลาด ช่วงเทศกาลหรือไฮซีซัน ราคาขนส่งจะสูงกว่าปกติเพราะรถหายากขึ้น
- พื้นที่ปลายทาง ปลายทางที่รถเข้าถึงยากหรือห่างไกลมีค่าขนส่งสูงกว่าพื้นที่เมืองทั่วไป
6 ปัจจัยนี้ครอบคลุมตัวแปรที่กำหนดราคาค่าขนส่งสินค้าในกรุงเทพฯ ทั้งตัวแปรคงที่อย่างระยะทางและประเภทรถบรรทุก และตัวแปรที่เปลี่ยนตามเวลาอย่างราคาน้ำมัน ความต้องการตลาดในช่วงเทศกาล และพื้นที่ปลายทาง
ค่าขนส่งสินค้าจากกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัดราคาเท่าไหร่
ค่าขนส่งสินค้าจากกรุงเทพฯ ไปต่างจังหวัดด้วยรถกระบะตู้ทึบเริ่มต้นที่ 190 บาท บวกเฉลี่ย 11 บาทต่อกิโลเมตร คำนวณตามระยะทางจริงสำหรับพื้นที่ปกติ ส่วนพื้นที่ที่ใช้ราคาเหมามีทั้งหมด 14 พื้นที่ ราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทรถ รถกระบะตู้ทึบเริ่มต้นที่ 1,750 บาท สำหรับส่งของไปราชบุรีและสระบุรี และสูงสุด 11,500 บาทสำหรับเกาะสมุยและเกาะพะงัน ส่วนพื้นที่อื่นๆสามารถเช็คราคาได้ที่ หน้าบริการเหมาต่างจังหวัด
Deliveree ราคาถูกกว่าบริการขนส่งสินค้าอื่นๆ หรือไม่
ใช่ Deliveree เริ่มต้นที่ 275 บาท สำหรับการขนส่งที่คิดราคาตามระยะทาง ซึ่งราคาถูกกว่าบริการขนส่งสินค้าผ่านรถกระบะตู้ทึบทั่วไปในกรุงเทพฯ สำหรับงานขนส่งที่ต้องขนหลายเที่ยวหรือมีหลายจุดส่ง Deliveree มีบริการเหมารายวันที่รวมค่าแรงผู้ขับ ค่าน้ำมัน และค่าบริการผู้ขับช่วยยกของไว้ในราคาเดียว ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มทีหลัง
แม้จะถูกกว่าสำหรับการส่งสินค้าขนาดใหญ่ที่คิดาคาตามระยะทาง แต่สำหรับพัสดุชิ้นเล็กน้ำหนักไม่เกิน 1 กิโลกรัม Flash Express เริ่มต้นที่ 22 บาทและ KEX Express เริ่มต้นที่ 19 บาท ซึ่งถูกกว่า Deliveree ชัดเจน แต่ถ้าส่งสินค้าหนักเกิน 50 กิโลกรัมหรือเหมารถกระบะ รถ 6 ล้อ หรือรถ 10 ล้อ Deliveree คุ้มกว่าเพราะราคาต่อเที่ยวครอบคลุมทุกอย่างในการจองครั้งเดียว



แชท