
ประกันภัยเรือคือกรมธรรม์ที่ช่วยคุ้มครองความเสียหายต่อเรือ เครื่องยนต์ อุปกรณ์ประจำเรือ และความรับผิดต่อบุคคลอื่นจากอุบัติเหตุ การโจรกรรม ไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ และเหตุฉุกเฉินทางน้ำ ประกันภัยเรือมีความสำคัญเพราะช่วยลดภาระค่าซ่อม ค่าชดเชย และค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่เกิดขึ้นกะทันหัน ในประเทศไทยเรือที่รับผู้โดยสารต้องมีประกันผู้โดยสารภาคบังคับตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หากเจ้าของเรือไม่มีประกัน เจ้าของเรืออาจต้องรับภาระค่าเสียหายต่อเรือของตนเองและต่อบุคคลภายนอกทั้งหมด ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินและการใช้งานเรือในระยะยาว
ประกันภัยเรือมีกรมธรรม์แบบใดบ้าง
กรมธรรม์ประกันภัยเรือที่พบบ่อยมี 8 รูปแบบหลัก ได้แก่ ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ประกันภัยตัวเรือ ประกันภัยแบบคุ้มครองรอบด้าน ประกันภัยความเสียหายจากการชน ประกันภัยค่ารักษาพยาบาล ประกันภัยกรณีคู่กรณีไม่มีประกัน ประกันภัยทรัพย์สินส่วนบุคคลบนเรือ และประกันภัยการลากจูงและช่วยเหลือฉุกเฉิน ในประเทศไทยผู้รับประกันภัยมักกำหนดเบี้ยแบบเฉพาะลำ ไม่ได้ใช้ราคาเดียวกับเรือทุกแบบ เพราะต้องดูมูลค่าเรือ ความยาว อายุ วัสดุตัวเรือ ประเภทและจำนวนเครื่องยนต์ ประสบการณ์ผู้ควบคุม จุดจอดเรือ ประวัติเคลม ค่าเสียหายส่วนแรก เขตเดินเรือ และวงเงินความรับผิด ดังนั้นเจ้าของเรือจึงควรเลือกกรมธรรม์ให้ตรงกับลักษณะการใช้งานจริงมากกว่าดูราคาเพียงอย่างเดียว เพราะความคุ้มครองแต่ละแบบตอบโจทย์ความเสี่ยงคนละด้าน
ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกคือกรมธรรม์ที่คุ้มครองความรับผิดตามกฎหมายเมื่อเรือของผู้เอาประกันทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอกช่วยจ่ายค่าชดเชย ค่าใช้จ่ายทางกฎหมาย และค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน ส่วนค่าใช้จ่ายในประเทศไทยต้องขอใบเสนอราคาเฉพาะลำ เพราะผู้รับประกันคิดเบี้ยตามวงเงินความรับผิด มูลค่าเรือ จุดจอดเรือ และประวัติเคลม กรมธรรม์นี้เหมาะเมื่อเรือชนเรืออีกลำ ชนท่าเรือ หรือเกิดเหตุที่ผู้โดยสารและบุคคลภายนอกได้รับบาดเจ็บจากการใช้เรือ
ประกันภัยตัวเรือ
ประกันภัยตัวเรือคือกรมธรรม์ที่คุ้มครองความเสียหายต่อโครงสร้างเรือ เครื่องยนต์ ใบเรือ และอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการใช้งานเรือ ประกันภัยตัวเรือช่วยลดค่าซ่อมจากไฟไหม้ เรือจม พายุ การโจรกรรม และความเสียหายต่อเครื่องจักร โดยค่าใช้จ่ายในไทยขึ้นกับมูลค่าเรือ ความยาว อายุ วัสดุตัวเรือ จำนวนเครื่องยนต์ และเขตเดินเรือ กรมธรรม์นี้เหมาะกับเรือสำราญ เรือเร็ว และเรือที่ออกทะเลหรือจอดกลางแจ้งเป็นประจำ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อความเสียหายทางกายภาพสูง
ประกันภัยแบบคุ้มครองรอบด้าน
ประกันภัยแบบคุ้มครองรอบด้านคือกรมธรรม์ที่รวมความเสียหายจากอุบัติเหตุ การโจรกรรม ไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ และความรับผิดต่อบุคคลภายนอกไว้ในแผนเดียว ประกันภัยแบบคุ้มครองรอบด้านช่วยให้เจ้าของเรือปิดความเสี่ยงหลายด้านพร้อมกัน และในไทยผู้รับประกันจะเสนอราคาเป็นรายลำจากข้อมูลเรือและรูปแบบการใช้งานมากกว่าการตั้งราคาเดียวสำหรับทุกคน กรมธรรม์นี้เหมาะกับเจ้าของเรือที่ใช้เรือสม่ำเสมอ เดินเรือหลายพื้นที่ หรือไม่ต้องการแยกซื้อความคุ้มครองย่อยหลายฉบับ
ประกันภัยความเสียหายจากการชน
ประกันภัยความเสียหายจากการชนคือความคุ้มครองที่เน้นความเสียหายจากอุบัติเหตุชนกับเรือลำอื่น ท่าเทียบเรือ หรือวัตถุในน้ำ ประกันภัยความเสียหายจากการชนช่วยจ่ายค่าซ่อมส่วนที่เสียหายจากเหตุชน และค่าใช้จ่ายในไทยยังต้องขอใบเสนอราคาเฉพาะลำ เพราะผู้รับประกันใช้ปัจจัยเรื่องมูลค่าเรือ อายุเรือ ประสบการณ์ผู้ควบคุม และประวัติเคลมในการคำนวณเบี้ย กรมธรรม์นี้เหมาะกับเรือที่เข้าออกท่าเรือบ่อย เดินเรือในพื้นที่แคบ หรือใช้งานในบริเวณที่มีเรือหนาแน่น
ประกันภัยค่ารักษาพยาบาล
ประกันภัยค่ารักษาพยาบาลคือความคุ้มครองที่ช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ เช่น ค่าปฐมพยาบาล ค่ารถพยาบาล ค่ารักษาในโรงพยาบาล และค่าใช้จ่ายจากการบาดเจ็บบนเรือ ประกันภัยค่ารักษาพยาบาลมีประโยชน์เพราะช่วยจ่ายค่ารักษาได้แม้ยังไม่สรุปว่าใครเป็นฝ่ายผิด และข้อมูลราคาแบบเปิดเผยในไทยมีจำกัด โดยมีตัวอย่างแผนเรือเจ็ตสกีเชิงพาณิชย์ในภูเก็ตที่เคยกำหนดเบี้ย 13,500 บาทต่อปี พร้อมวงเงินค่ารักษาในโรงพยาบาลสูงสุด 40,000 บาท กรมธรรม์นี้เหมาะเมื่อผู้โดยสารลื่นล้ม ได้รับบาดเจ็บระหว่างขึ้นลงเรือ หรือบาดเจ็บระหว่างกิจกรรมทางน้ำที่เกี่ยวเนื่องกับเรือ
ประกันภัยกรณีคู่กรณีไม่มีประกัน
ประกันภัยกรณีคู่กรณีไม่มีประกันคือความคุ้มครองที่ช่วยชดเชยเมื่อผู้เอาประกันหรือผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจากเรืออีกลำที่ไม่มีประกันหรือมีวงเงินไม่พอ ประกันภัยกรณีคู่กรณีไม่มีประกันช่วยลดความเสี่ยงที่เจ้าของเรือจะต้องรับภาระค่ารักษาและค่าเสียหายเอง ส่วนค่าใช้จ่ายในประเทศไทยต้องขอใบเสนอราคาเฉพาะลำตามวงเงินความรับผิด มูลค่าเรือ และเขตเดินเรือที่ต้องการคุ้มครอง กรมธรรม์นี้เหมาะกับพื้นที่ท่องเที่ยวหรือเส้นทางที่มีเรือจำนวนมาก ซึ่งมีโอกาสพบคู่กรณีที่ไม่มีประกันหรือมีประกันไม่เพียงพอ
ประกันภัยทรัพย์สินส่วนบุคคลบนเรือ
ประกันภัยทรัพย์สินส่วนบุคคลบนเรือคือความคุ้มครองสำหรับของใช้และอุปกรณ์ที่อยู่บนเรือ เช่น โทรศัพท์ แว่นกันแดด เสื้อผ้า อุปกรณ์ดำน้ำ และของใช้ส่วนตัวอื่น ประกันภัยทรัพย์สินส่วนบุคคลบนเรือช่วยลดภาระจากการโจรกรรม ความเสียหาย หรือการสูญหายของของมีค่า และค่าใช้จ่ายในไทยต้องขอใบเสนอราคาเฉพาะลำเช่นเดียวกับความคุ้มครองเรือส่วนอื่น กรมธรรม์นี้เหมาะกับเจ้าของเรือที่พกอุปกรณ์ตกปลา อุปกรณ์ดำน้ำ หรือของใช้มูลค่าสูงติดเรือเป็นประจำ
ประกันภัยการลากจูงและช่วยเหลือฉุกเฉิน
ประกันภัยการลากจูงและช่วยเหลือฉุกเฉินคือความคุ้มครองที่ช่วยค่าใช้จ่ายเมื่อเรือเครื่องยนต์ขัดข้อง แบตเตอรี่มีปัญหา หรือเรือไม่สามารถกลับเข้าฝั่งได้ด้วยตนเอง ประกันภัยการลากจูงและช่วยเหลือฉุกเฉินช่วยลดค่าใช้จ่ายหน้างานและทำให้เจ้าของเรือเข้าถึงความช่วยเหลือได้เร็วขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายในไทยมักรวมอยู่ในใบเสนอราคาเฉพาะลำ และผู้ให้บริการบางรายชูบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอดเวลาเป็นส่วนหนึ่งของแผนประกันเรือ กรมธรรม์นี้เหมาะเมื่อเรือดับกลางน้ำ เครื่องยนต์ขัดข้อง หรือเกิดเหตุฉุกเฉินที่ต้องลากเรือกลับท่าอย่างเร่งด่วน
ประกันภัยเรือคุ้มครองเจ้าของเรืออย่างไร
ประกันภัยเรือคุ้มครองเจ้าของเรือโดยโอนความเสี่ยงทางการเงินจากเจ้าของเรือไปยังบริษัทประกันผ่านกรมธรรม์ที่กำหนดความคุ้มครอง วงเงินคุ้มครอง ข้อยกเว้น และค่าเสียหายส่วนแรกไว้ล่วงหน้า ประกันภัยเรือคุ้มครองเจ้าของเรือเมื่อเกิดเหตุที่อยู่ในความคุ้มครอง เช่น การชน การโจรกรรม ไฟไหม้ พายุ ความเสียหายต่อตัวเรือ และความรับผิดต่อบุคคลภายนอก โดยบริษัทประกันจะตรวจสอบเหตุและจ่ายค่าสินไหมตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
ในทางปฏิบัติ เจ้าของเรือจ่ายเบี้ยประกันเพื่อแลกกับการคุ้มครองตามสัญญา และเมื่อเกิดเหตุเจ้าของเรือต้องแจ้งเคลม ส่งหลักฐาน พร้อมให้บริษัทประกันประเมินความเสียหายก่อนอนุมัติการซ่อมหรือการชดใช้ หากกรมธรรม์มีค่าเสียหายส่วนแรก เจ้าของเรือจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนั้นก่อน แล้วบริษัทประกันจะจ่ายส่วนที่เหลือตามวงเงินที่ระบุไว้ ระบบนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่เจ้าของเรืออาจต้องจ่ายเองเมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายรุนแรง
กรมธรรม์ประกันภัยเรือคุ้มครองอะไรบ้าง
กรมธรรม์ประกันภัยเรือคุ้มครองความเสี่ยงหลักของเจ้าของเรือ ได้แก่ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ความเสียหายต่อตัวเรือ ค่ารักษาพยาบาล ทรัพย์สินส่วนตัวบนเรือ ความคุ้มครองเมื่อคู่กรณีไม่มีประกัน และค่าลากจูงหรือความช่วยเหลือฉุกเฉิน ความคุ้มครองในกรมธรรม์ประกันภัยเรือแยกตามลักษณะความเสียหาย เพื่อช่วยจ่ายค่าเสียหายต่อคน ต่อเรือ และต่อทรัพย์สินเมื่อเกิดอุบัติเหตุทางน้ำ โดยความคุ้มครองมาตรฐานของกรมธรรม์ประกันภัยเรือที่พบบ่อย มีดังนี้
- ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ช่วยจ่ายค่าเสียหายเมื่อเรือของผู้เอาประกันทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือทรัพย์สินเสียหาย
- ความเสียหายต่อตัวเรือ ช่วยจ่ายค่าซ่อมหรือค่าชดเชยเมื่อตัวเรือ เครื่องยนต์ หรืออุปกรณ์สำคัญเสียหายจากการชน พายุ ไฟไหม้ การจม หรือการโจรกรรม
- ค่ารักษาพยาบาล ช่วยจ่ายค่าปฐมพยาบาล ค่ารักษาในโรงพยาบาล และค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ของผู้เอาประกันหรือผู้โดยสารที่บาดเจ็บบนเรือ
- ทรัพย์สินส่วนตัวบนเรือ ช่วยคุ้มครองของใช้ที่นำติดเรือไป เช่น เสื้อผ้า โทรศัพท์ แว่นกันแดด หรืออุปกรณ์ตกปลา
- ความคุ้มครองเมื่อคู่กรณีไม่มีประกัน ช่วยคุ้มครองเมื่อเจ้าของเรือหรือผู้โดยสารถูกเรือที่ไม่มีประกันหรือมีประกันไม่พอชนจนเกิดความเสียหาย
- ค่าลากจูงหรือความช่วยเหลือฉุกเฉิน ช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายเมื่อเรือเสียกลางน้ำและต้องลากกลับฝั่ง หรือขอความช่วยเหลือเร่งด่วน
กรมธรรม์ประกันภัยเรือบางฉบับเพิ่มความคุ้มครองอื่นอีก เช่น ค่าเก็บกู้ซากเรือ ความเสียหายจากน้ำมันรั่ว หรือการกำหนดมูลค่าเรือแบบตกลงไว้ล่วงหน้า เวลาพิจารณากรมธรรม์ เจ้าของเรือควรดูวงเงินคุ้มครอง ข้อยกเว้น และค่าเสียหายส่วนแรกของแต่ละหมวดให้ชัด เพราะรายละเอียดเหล่านี้เป็นตัวตัดสินว่ากรมธรรม์คุ้มครองได้มากน้อยแค่ไหนเมื่อเกิดเหตุจริง
วิธีขอใบเสนอราคาประกันภัยเรือที่ถูกที่สุดโดยไม่ลดความคุ้มครอง
การขอใบเสนอราคาประกันภัยเรือที่ถูกที่สุดโดยไม่ลดความคุ้มครอง ใช้วิธีเปรียบเทียบหลายบริษัทภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน และรักษาความคุ้มครองหลักที่สำคัญต่อการใช้งานเรือ เช่น ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ความเสียหายต่อตัวเรือ และค่ารักษาพยาบาล วิธีขอใบเสนอราคาประกันภัยเรือที่คุ้มค่าไม่ใช่การตัดความคุ้มครองหลักออก แต่คือการลดปัจจัยเสี่ยงที่บริษัทประกันใช้คำนวณเบี้ย เช่น การเรียนหลักสูตรความปลอดภัยทางเรือ การเก็บเรือในที่ปลอดภัย การรวมกรมธรรม์หลายประเภทไว้กับบริษัทเดียว และการแจ้งช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้เรือ โดยวิธีขอใบเสนอราคาประกันภัยเรือที่ถูกที่สุดโดยไม่ลดความคุ้มครองมีดังนี้
- ขอใบเสนอราคาจากหลายบริษัทโดยใช้ข้อมูลเรือลำเดียวกัน วงเงินคุ้มครองเท่ากัน และเงื่อนไขเดียวกัน เพื่อให้เห็นว่าบริษัทไหนถูกกว่าจริง ไม่ใช่แค่ตัดความคุ้มครองออกจนดูเหมือนราคาถูก
- เลือกความคุ้มครองให้ตรงกับการใช้งานจริงของเรือ โดยดูว่าใช้ในน้ำจืดหรือน้ำเค็ม ใช้ตามฤดูกาลหรือใช้ตลอดปี และเก็บเรือไว้ที่ใด เพราะปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อความเสี่ยงและค่าเบี้ย
- ขอส่วนลดจากการเรียนหลักสูตรความปลอดภัยทางเรือ เพราะหลายบริษัทประกันให้ส่วนลดแก่ผู้เอาประกันที่ผ่านหลักสูตรที่ได้รับการรับรอง และมองว่ามีโอกาสเกิดอุบัติเหตุน้อยลง
- รวมประกันเรือเข้ากับประกันรถหรือประกันบ้าน หากบริษัทประกันมีส่วนลดสำหรับลูกค้าที่ถือหลายกรมธรรม์ เพราะวิธีนี้ช่วยลดเบี้ยได้โดยไม่ต้องลดความคุ้มครองของเรือ
- แจ้งช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้เรืออย่างชัดเจน หากเป็นเรือที่ใช้เฉพาะบางฤดู เพราะบางบริษัทมีส่วนลดสำหรับช่วงงดใช้เรือเมื่อเรือถูกเก็บไว้และไม่ได้ออกใช้งาน
- เก็บเรือในสถานที่ที่ปลอดภัย ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันขโมยและอุปกรณ์ความปลอดภัย และรักษาประวัติการขับขี่หรือการใช้เรือให้ดี เพราะบริษัทประกันมักมองว่าผู้เอาประกันกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่ำกว่า
ถ้าต้องเลือกวิธีขอใบเสนอราคาประกันภัยเรือที่ถูกที่สุดโดยไม่ลดความคุ้มครอง ให้เลือกความคุ้มครองหลักไว้ก่อนแล้วใช้ส่วนลดและการลดความเสี่ยงเป็นตัวกดเบี้ยประกัน เพราะช่วยให้ได้ประกันภัยเรือราคาประหยัดและคุ้มครองได้เมื่อเกิดเหตุ
ค่าเฉลี่ยของประกันภัยเรือตามประเภทเรือและการใช้งานอยู่ที่เท่าไร
ค่าเฉลี่ยของเบี้ยประกันภัยเรือตามประเภทเรือและการใช้งานในตลาดไทยอยู่ที่ 1 ถึง 5% ของมูลค่าเรือต่อปี ขณะที่กรอบอัตราเบี้ยตามแนวทางในไทยอยู่ที่ประมาณ 0.20 ถึง 15% ของมูลค่าเรือ อย่างไรก็ตาม ค่าเฉลี่ยของเบี้ยประกันภัยเรือในตลาดไทยไม่มีราคากลางตายตัวแบบใช้ได้กับเรือทุกลำ เพราะบริษัทประกันจะคิดเบี้ยตามมูลค่าเรือและอุปกรณ์ ประเภทเรือ อายุเรือ พื้นที่ใช้งาน และประวัติการเคลมของเจ้าของเรือเป็นหลัก นอกจากนี้ ค่าเฉลี่ยของประกันภัยเรือในไทยยังนิยมใช้แบบกำหนดมูลค่าที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า จึงทำให้มูลค่าเรือเป็นตัวแปรสำคัญมากในการคำนวณเบี้ยและค่าสินไหม นอกจากนี้การประกันภัยตัวเรือในไทยยังนิยมใช้แบบกำหนดมูลค่าที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า จึงทำให้มูลค่าเรือเป็นตัวแปรสำคัญมากในการคำนวณเบี้ยและค่าสินไหม ตัวอย่างช่วงค่าใช้จ่ายที่ใช้ประเมินได้ในตลาดไทยมีดังนี้
- เรือประมงหรือเรือใช้งานส่วนตัวขนาดเล็กที่มีมูลค่าประมาณ 300,000 ถึง 800,000 บาท มักมีเบี้ยประมาณ 3,000 ถึง 24,000 บาทต่อปี หากใช้งานไม่หนักและมีความเสี่ยงไม่สูง
- เรือพักผ่อนส่วนตัวหรือเรือเร็วขนาดกลางที่มีมูลค่าประมาณ 1 ถึง 5 ล้านบาท มักมีเบี้ยประมาณ 10,000 ถึง 150,000 บาทต่อปี โดยเรือที่ออกทะเลบ่อยหรือจอดในพื้นที่เสี่ยงจะอยู่ใกล้ช่วงราคาสูง
- เรือยอชต์ซึ่งอยู่ในกลุ่มมูลค่าสูงกว่าประมาณ 19 ล้านบาทขึ้นไป มักมีเบี้ยตั้งแต่ประมาณ 190,000 ถึง 950,000 บาทต่อปี หรือสูงกว่านั้นตามอายุเรือ ขนาดเรือ และลักษณะการใช้งาน
ค่าเฉลี่ยของประกันภัยเรือในไทยยังเปลี่ยนตามลักษณะการใช้งานอีกด้วย โดยเรือที่ใช้เชิงพาณิชย์ใช้รับผู้โดยสาร ออกทะเลไกล หรือใช้งานในพื้นที่เสี่ยง จะมีเบี้ยสูงกว่าเรือที่ใช้ส่วนตัวเป็นครั้งคราวและเก็บเรือในที่ปลอดภัย กล่าวได้ว่า เรือยิ่งมีมูลค่าสูง ใช้งานหนัก และอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เบี้ยประกันก็ยิ่งสูงตามไปด้วย
ทำไมประกันภัยเรือมูลค่าสูงจึงสำคัญ
ประกันภัยเรือมูลค่าสูงมีความสำคัญเพราะช่วยปกป้องทรัพย์สินมูลค่าสูงและลดภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดจากความเสียหายต่อตัวเรือ เครื่องจักร ผู้โดยสาร บุคคลภายนอก และค่าใช้จ่ายหลังอุบัติเหตุที่อาจสูงมากในครั้งเดียว โดยเรือมูลค่าสูงไม่ได้หมายถึงเรือยอชต์เท่านั้น แต่รวมถึงเรือพักผ่อนระดับพรีเมียม เรือใบ เรือคาตามารัน และเรือเพื่อการพาณิชย์หรือเพื่อการพักผ่อนที่มีมูลค่าสูงและมีต้นทุนความเสียหายสูงเช่นกัน โดยความเสียหายอาจเกิดจากการชน อับปาง ไฟไหม้ โจรกรรม ภัยธรรมชาติ ความเสียหายระหว่างจอดเทียบท่า หรือความเสียหายระหว่างขนย้ายและขนส่ง
เมื่อเรือมีมูลค่าสูง อุปกรณ์บนเรือมีราคาสูง เครื่องยนต์มีต้นทุนซ่อมสูง และการเก็บกู้เรือมีค่าใช้จ่ายสูง เจ้าของเรือจึงเสี่ยงต่อการสูญเสียเงินก้อนใหญ่หากไม่มีประกันภัยเรือที่เหมาะสม ประกันภัยเรือมูลค่าสูงจึงสำคัญเพราะช่วยรักษามูลค่าทรัพย์สิน รักษาสภาพคล่องของเจ้าของเรือ และลดความเสี่ยงจากค่าเสียหายก้อนใหญ่ที่เจ้าของเรือไม่ควรรับไว้เองทั้งหมด
บริษัทประกันภัยเรือรายใดในไทยที่ให้ความคุ้มครองเหมาะกับเรือประมงมากที่สุด
บริษัทประกันภัยเรือในประเทศไทยที่มีความคุ้มครองเหมาะกับเรือประมงและได้รับความนิยม ได้แก่ เอสเค อินชัวรันส์ กรุงเทพประกันภัย กีวี อินชัวรันส์ ชับบ์สามัคคีประกันภัย ล็อกตั้น วัฒนา อินชัวรันส์ และเอเอ อินชัวรันส์ อย่างไรก็ตาม ในไทยไม่มีประกันภัยเรือรายที่ให้ความคุ้มครองดีที่สุดสำหรับเรือประมงทุกลำ เพราะเรือประมงแต่ละลำต่างกันทั้งขนาดเรือ เครื่องยนต์ พื้นที่เดินเรือ อุปกรณ์ประมง ความถี่ในการใช้งาน และความเสี่ยงจากพายุหรืออุบัติเหตุ ผู้ให้บริการประกันภัยเรือที่เหมาะกับเรือประมงมากที่สุดจึงต้องพิจารณาตามจุดเด่นของความคุ้มครอง การดูแลสินไหม และความยืดหยุ่นในการกำหนดเงื่อนไขมากกว่าการมองหารายที่ดีที่สุดแบบกว้าง ๆ ทั้งนี้ รายชื่อผู้ให้บริการที่น่าสนใจสำหรับเรือประมงในไทย มีดังนี้
- บริษัท เอสเค อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ จำกัด เหมาะกับเจ้าของเรือประมงที่ต้องการประกันภัยตัวเรือและเครื่องจักรเป็นหลัก เพราะระบุความคุ้มครองด้านตัวเรือ เครื่องจักร และอุปกรณ์ของเรืออย่างชัดเจน และเหมาะกับการประเมินความคุ้มครองตามมูลค่าเรือจริง
- บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) เหมาะกับเรือประมงที่เจ้าของต้องการความคุ้มครองพื้นฐาน เพราะให้ความคุ้มครองความเสียหายต่อเรือจากการชน การเกยตื้น ไฟไหม้ และฟ้าผ่า รวมถึงความเสียหายต่อเครื่องจักรและส่วนประกอบของเรือ
- บริษัท กีวี อินชัวรันส์ จำกัด เหมาะกับเรือตกปลาหรือเรือประมงที่มีอุปกรณ์เฉพาะบนเรือ เพราะแผนความคุ้มครองเรือระบุความคุ้มครองแบบคุ้มครองทุกความเสี่ยงสำหรับตัวเรือและเครื่องจักร ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ค่าทำความสะอาด และอุปกรณ์ตกปลาไว้โดยตรง
- บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน) เหมาะกับเรือประมงเชิงพาณิชย์หรือเรือประมงมูลค่าสูงที่มีความเสี่ยงซับซ้อน เพราะมีทางเลือกด้านประกันภัยตัวเรือ ความคุ้มครองมูลค่าเพิ่ม ความเสี่ยงจากสงคราม และการสูญเสียรายได้จากการหยุดใช้งานเรือ
- บริษัท ล็อกตั้น วัฒนา อินชัวรันส์ โบรคเกอร์ส จำกัด เหมาะกับเจ้าของเรือประมงที่ต้องการให้โบรกเกอร์ช่วยออกแบบแผนความคุ้มครองตามลักษณะงานจริง เพราะมีบริการด้านประกันภัยทางทะเลที่ครอบคลุมทั้งตัวเรือ ความรับผิด ความเสี่ยงจากสงคราม และการขาดรายได้จากการหยุดเดินเรือ
- เอเอ อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ เหมาะกับเจ้าของเรือประมงขนาดเล็กถึงขนาดกลางที่ต้องการซื้อผ่านโบรกเกอร์และต้องการคำอธิบายแผนที่เข้าใจง่าย เพราะเสนอแผนงานที่ปรับตามประเภทเรือและการใช้งาน พร้อมความคุ้มครองความเสียหาย อัคคีภัย โจรกรรม ภัยธรรมชาติ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน
หากสังเกตตามลักษณะงาน กีวี อินชัวรันส์ เด่นสำหรับเรือตกปลาหรือเรือประมงที่มีอุปกรณ์เฉพาะบนเรือ เพราะมีความคุ้มครองอุปกรณ์ตกปลาอย่างชัดเจน เอสเค อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ และกรุงเทพประกันภัย เด่นสำหรับเจ้าของเรือที่ต้องการประกันภัยตัวเรือและเครื่องจักรเป็นหลัก ชับบ์สามัคคีประกันภัย และล็อกตั้น วัฒนา เด่นกว่าสำหรับเรือประมงเชิงพาณิชย์หรือเรือที่มีความเสี่ยงสูงกว่า เพราะปรับแผนความคุ้มครองได้ละเอียดกว่าและรองรับความเสี่ยงเฉพาะทางมากกว่า
กรมธรรม์ที่เหมาะกับเจ้าของเรือประมงมักต้องมีความคุ้มครอง 4 ส่วนพร้อมกันคือ ความเสียหายต่อตัวเรือและเครื่องจักร ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ความเสียหายต่ออุปกรณ์ประมงหรืออุปกรณ์บนเรือ และความเสียหายจากภัยธรรมชาติหรือเหตุระหว่างใช้งาน ถ้าต้องเลือกแบบใช้งานจริง เรือประมงขนาดเล็กควรเริ่มจากแผนที่คุ้มครองตัวเรือและความรับผิดต่อบุคคลภายนอกก่อน ส่วนเรือประมงพาณิชย์หรือเรือที่ออกทะเลบ่อยควรขอใบเสนอราคาจากโบรกเกอร์ที่ปรับเงื่อนไขได้ เพื่อให้วงเงิน ข้อยกเว้น และความคุ้มครองตรงกับความเสี่ยงจริงของเรือ
ประกันภัยเรือคุ้มครองเจ็ตสกีและยานพาหนะทางน้ำส่วนบุคคลหรือไม่
ประกันภัยเรือคุ้มครองเจ็ตสกีและยานพาหนะทางน้ำส่วนบุคคล แต่ไม่ใช่ทุกกรมธรรม์ และเจ็ตสกีส่วนใหญ่จะไม่ถูกรวมอยู่ในประกันภัยเรือทั่วไป บริษัท เออร์โก้ ระบุชัดว่าเจ็ตสกีเป็นข้อยกเว้นของกรมธรรม์ประกันภัยเรือเพื่อการพักผ่อน จึงต้องทำกรมธรรม์ประกันภัยเจ็ตสกีเฉพาะ หากเจ้าของต้องการความคุ้มครองตัวเจ็ตสกี เครื่องยนต์ รถพ่วง และความเสียหายจากอุบัติเหตุระหว่างใช้งาน กรมธรรม์เจ็ตสกีเฉพาะทางอาจคุ้มครองการพลิกคว่ำ การชน ไฟไหม้ การยกขึ้นหรือลงจากรถพ่วง การขนส่งทางบก และอุบัติเหตุของผู้ขับหรือผู้โดยสารตามวงเงินที่ระบุไว้ในกรมธรรม์
ในประเทศไทยมีแบบกรมธรรม์และข้อกำกับเฉพาะสำหรับเจ็ตสกีเพื่อเช่า ซึ่งสะท้อนว่าเจ็ตสกีถูกมองเป็นความเสี่ยงเฉพาะ ไม่ใช่สิ่งที่กรมธรรม์เรือทั่วไปคุ้มครอง สำหรับเรือหรือยานพาหนะทางน้ำส่วนบุคคลประเภทอื่น เจ้าของต้องดูรายละเอียดกรมธรรม์และข้อยกเว้นให้ชัดว่าคุ้มครองตัวเรือ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก อุบัติเหตุส่วนบุคคล การขนย้าย และการใช้งานในทะเล แม่น้ำ หรือคลองไว้หรือไม่ เพราะแต่ละบริษัทกำหนดขอบเขตไม่เหมือนกัน พูดให้ชัดที่สุดได้ว่า ถ้าเป็นเจ็ตสกี อย่าคิดว่าประกันภัยเรือทั่วไปคุ้มครองเสมอ ควรใช้กรมธรรม์ที่ระบุเจ็ตสกีหรือยานพาหนะทางน้ำส่วนบุคคลไว้โดยตรงเท่านั้น
วิธีขอใบเสนอราคาประกันภัยเรือประมงให้เหมาะกับความต้องการ
วิธีขอใบเสนอราคาประกันภัยเรือประมงให้เหมาะกับความต้องการ คือใบเสนอราคาที่อ้างอิงข้อมูลของเรือ การใช้งานจริง และความคุ้มครองที่ตรงกับความเสี่ยงของเรือประมง ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะเบี้ยประกันที่ต่ำที่สุด การขอใบเสนอราคาประกันภัยเรือประมงให้ตรงความต้องการ ควรทำเป็นลำดับขั้นและใช้ข้อมูลชุดเดียวกันทุกบริษัท เพื่อให้เปรียบเทียบความคุ้มครองได้ชัด
- เตรียมข้อมูลเรือประมงให้ครบก่อนขอใบเสนอราคา โดยทั่วไปบริษัทประกันภัยหรือนายหน้าประกันภัยมักขอทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ ใบซื้อขายเรือหรือเอกสารแสดงมูลค่า รูปถ่ายเรือ ใบคำขอเอาประกันภัย และในบางกรณีขอรายงานตรวจสภาพเรือล่าสุดด้วย
- แจ้งลักษณะการใช้งานเรือประมงตามความจริงให้ชัดเจน เช่น ใช้จับปลาในแม่น้ำ คลอง ชายฝั่ง หรือออกทะเล ใช้งานบ่อยเพียงใด มีผู้โดยสารหรือลูกเรือกี่คน และใช้เรือเพื่อประมงอย่างเดียวหรือมีการใช้งานอย่างอื่นร่วมด้วย เพราะเบี้ยประกันและเงื่อนไขความคุ้มครองขึ้นอยู่กับประเภทเรือ อายุเรือ พื้นที่ใช้งาน และประวัติการเคลม
- ระบุความคุ้มครองที่ต้องการตั้งแต่ต้น โดยเรือประมงควรพิจารณาความคุ้มครองตัวเรือ เครื่องยนต์ อุปกรณ์ที่ติดตั้งบนเรือ ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ภัยธรรมชาติ และค่าใช้จ่ายช่วยเหลือฉุกเฉินตามลักษณะการใช้งานจริง สำหรับเรือประมงที่เสี่ยงอุทกภัย วาตภัย หรือคลื่นลมแรง ควรถามเรื่องความคุ้มครองภัยธรรมชาติให้ชัด เพราะมีแบบความคุ้มครองที่จ่ายชดเชยความเสียหายของเรือประมงจากเหตุเหล่านี้ได้
- ขอใบเสนอราคาจากหลายบริษัทหรือหลายรายผ่านนายหน้าประกันภัย แล้วใช้ข้อมูลเรือชุดเดียวกันทุกแห่ง เพื่อให้ความต่างของราคาและความคุ้มครองสะท้อนเงื่อนไขกรมธรรม์จริง วิธีนี้ช่วยให้เจ้าของเรือประมงเห็นได้ชัดว่าแผนใดคุ้มครองมาก แผนใดตัดความเสี่ยงบางส่วนออก และแผนใดเหมาะกับงบประมาณมากกว่า
- เปรียบเทียบใบเสนอราคาประกันภัยเรือโดยดูให้ครบทั้งวงเงินคุ้มครอง ขอบเขตความคุ้มครอง ข้อยกเว้น ระยะเวลาคุ้มครอง และประเภทการใช้งานที่รับประกัน ไม่ใช่สังเกตเพียงเบี้ยประกัน ประกันภัยตัวเรือบางแผนคุ้มครองเป็นรายปีหรือรายเที่ยว และบางแผนไม่คุ้มครองกรณีใช้งานผิดวัตถุประสงค์ ความประมาทเลินเล่อร้ายแรง หรือการกระทำผิดกฎหมาย จึงต้องอ่านเงื่อนไขส่วนนี้ให้ละเอียด
- ปรับความคุ้มครองให้ตรงกับการใช้เรือประมงของตนเอง เพราะเรือประมงแต่ละลำมีความเสี่ยงไม่เท่ากัน เรือประมงขนาดเล็กที่ออกเรือไม่ไกลฝั่งอาจเน้นความคุ้มครองตัวเรือ เครื่องยนต์ และความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ส่วนเรือประมงที่ออกทะเลบ่อย บรรทุกอุปกรณ์มาก หรือเผชิญสภาพอากาศรุนแรงบ่อย ควรเพิ่มความคุ้มครองอุปกรณ์บนเรือ ภัยธรรมชาติ และความช่วยเหลือฉุกเฉินให้มากขึ้น
- ตรวจสอบว่ามีข้อกำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการใช้งานเรือหรือไม่ เพราะในไทยเรือที่รับผู้โดยสารต้องมีประกันภัยผู้โดยสารภาคบังคับตามกฎหมาย ถ้าเรือประมงมีการรับคนโดยสารหรือใช้ในลักษณะที่มีความรับผิดต่อคนอื่นมากขึ้น เจ้าของเรือควรถามเรื่องความรับผิดต่อบุคคลภายนอกและประกันภัยผู้โดยสารเพิ่มให้ชัดก่อนตัดสินใจ
- ยืนยันรายละเอียดสุดท้ายก่อนรับใบเสนอราคา โดยตรวจชื่อเจ้าของเรือ รายละเอียดเรือ มูลค่าเรือ พื้นที่ใช้งาน และรายการอุปกรณ์ให้ตรงกับความจริงทั้งหมด การแจ้งข้อมูลตรงความจริงสำคัญมาก เพราะการใช้งานผิดวัตถุประสงค์หรือการกระทำผิดกฎหมายอาจเป็นเหตุให้ไม่ได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขกรมธรรม์
สรุปขั้นตอนการขอใบเสนอราคาประกันภัยเรือประมงให้เหมาะกับความต้องการคือเตรียมเอกสารเรือ แจ้งการใช้งานจริง ระบุความคุ้มครองที่ต้องการ ขอใบเสนอราคาจากหลายแห่ง แล้วเปรียบเทียบความคุ้มครองกับข้อยกเว้นก่อนดูราคาเสมอ แบบนี้ใบเสนอราคาประกันภัยเรือประมงที่ได้จะตรงกับความเสี่ยงของเรือประมงมากกว่าการเลือกจากเบี้ยประกันต่ำเพียงอย่างเดียว
ปัจจัยใดส่งผลต่อเบี้ยประกันภัยเรือมากที่สุด
ปัจจัยส่งผลต่อเบี้ยประกันภัยเรือมากที่สุดคือมูลค่าเรือ ประเภทการใช้งาน พื้นที่เดินเรือ วงเงินคุ้มครอง และจำนวนเงินส่วนแรกที่ผู้เอาประกันยอมรับ ถ้าเรือมีมูลค่าสูง ใช้งานหนัก ออกทะเลในพื้นที่เสี่ยง หรือเลือกความคุ้มครองแบบครอบคลุม เบี้ยประกันภัยเรือจะสูงขึ้นตามความเสี่ยงนั้น ซึ่งปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อเบี้ยประกันภัยเรือ มีดังนี้
- มูลค่าเรือและอุปกรณ์บนเรือ เพราะเรือที่มีมูลค่าสูงหรือมีอุปกรณ์เยอะ ย่อมมีต้นทุนซ่อมและต้นทุนทดแทนสูงกว่า
- ประเภทเรือและลักษณะการใช้งาน เพราะเรือประมง เรือเร็ว เรือยอชต์ และเจ็ตสกีมีความเสี่ยงไม่เท่ากัน และการใช้เชิงพาณิชย์มักเสี่ยงกว่าการใช้ส่วนบุคคล
- พื้นที่จอดเรือและพื้นที่เดินเรือ เพราะพื้นที่ชายฝั่ง พื้นที่เสี่ยงพายุ พื้นที่การจราจรทางน้ำหนาแน่น หรือเส้นทางที่มีอันตรายสูง มักทำให้เบี้ยประกันสูงขึ้น
- อายุเรือ สภาพเรือ และการบำรุงรักษา เพราะเรือที่เก่ากว่า สภาพไม่สมบูรณ์ หรือมีโอกาสชำรุดสูง มักมีความเสี่ยงเคลมมากกว่า
- วงเงินคุ้มครองและความรับผิดต่อบุคคลภายนอก เพราะยิ่งเลือกวงเงินสูง ความคุ้มครองครอบคลุม หรือรวมความเสียหายหลายแบบ เบี้ยยิ่งสูงขึ้น
- จำนวนเงินในส่วนแรก เพราะจำนวนเงินส่วนแรกที่สูงขึ้นมักช่วยลดเบี้ยประกันได้ ขณะที่จำนวนเงินส่วนแรกที่ต่ำลงมักทำให้เบี้ยสูงขึ้น
- อุปกรณ์ความปลอดภัย เพราะเรือที่มีระบบเตือนภัย เครื่องดับเพลิง อุปกรณ์นำร่อง และอุปกรณ์ความปลอดภัยเพิ่มเติม อาจช่วยลดความเสี่ยงและทำให้ได้เงื่อนไขที่ดีกว่า
- ประวัติการเคลมและประสบการณ์ผู้ควบคุมเรือ เพราะเจ้าของเรือหรือผู้ขับเรือที่มีประวัติเคลมน้อยและมีประสบการณ์มาก มักถูกมองว่ามีความเสี่ยงต่ำกว่า
ทั้งนี้ เจ้าของเรือสามารถลดเบี้ยประกันภัยเรือได้โดยไม่ลดคุณภาพความคุ้มครองมากเกินไป หากเลือกจำนวนเงินส่วนแรกให้เหมาะกับกำลังจ่าย ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยเพิ่มเติม ดูแลสภาพเรืออย่างสม่ำเสมอ และแจ้งการใช้งานเรือให้ตรงความจริง อีกวิธีที่ได้ผลคือขอใบเสนอราคาจากหลายบริษัทด้วยข้อมูลชุดเดียวกันแล้วเปรียบเทียบวงเงินคุ้มครอง ข้อยกเว้น และความรับผิดต่อบุคคลภายนอกก่อนดูราคา เพราะเบี้ยที่ถูกที่สุดอาจตัดความคุ้มครองสำคัญออกไป
ประกันภัยเรือช่วยคุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุหรือไม่
ประกันภัยเรือช่วยคุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุได้ หากความเสียหายนั้นอยู่ในขอบเขตของกรมธรรม์ที่ซื้อไว้ ประกันภัยตัวเรือเป็นความคุ้มครองความเสียหายทางกายภาพของเรือ เครื่องยนต์ และอุปกรณ์จากเหตุอย่างการชน การเกยตื้น หรืออุบัติเหตุทางน้ำอื่น ส่วนความรับผิดต่อบุคคลภายนอกช่วยคุ้มครองค่าเสียหายที่เจ้าของเรืออาจต้องชดใช้ให้ผู้อื่นเมื่อเกิดการบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย กรมธรรม์บางแบบยังขยายไปถึงค่าลากจูง ค่ากู้เรือ หรือค่าใช้จ่ายฉุกเฉินอื่นได้ แต่ความคุ้มครองจริงขึ้นอยู่กับถ้อยคำในกรมธรรม์ วงเงินคุ้มครอง และข้อยกเว้น เช่น ความเสียหายจากการสึกหรอ การขาดการบำรุงรักษา หรือการใช้งานผิดเงื่อนไขมักไม่อยู่ในความคุ้มครอง กล่าวได้ว่า ประกันภัยเรือช่วยลดภาระค่าซ่อมและค่าชดใช้จากอุบัติเหตุได้จริง แต่เจ้าของเรือต้องดูให้ชัดว่ากรมธรรม์คุ้มครองตัวเรือ ความรับผิด และค่าใช้จ่ายฉุกเฉินอะไรบ้าง
เจ้าของเรือมีความเสี่ยงอะไรบ้างหากไม่มีประกันภัยเรือ
เจ้าของเรือที่ไม่มีประกันภัยเรือมีความเสี่ยงในการจ่ายค่าเสียหายเองทั้งหมดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายต่อเรือ การบาดเจ็บของบุคคลภายนอก หรือข้อพิพาททางกฎหมาย ความเสี่ยงหลักมีอยู่หลายด้าน ได้แก่ ค่าซ่อมเรือของตนเอง ค่าเสียหายต่อเรือหรือทรัพย์สินของผู้อื่น ค่ารักษาพยาบาลจากการบาดเจ็บ ค่าทนายและค่าใช้จ่ายในคดี รวมถึงความเสี่ยงจากการโจรกรรม ไฟไหม้ พายุ หรือการสูญเสียทั้งลำโดยไม่มีบริษัทประกันช่วยรับภาระ สำหรับเรือที่ใช้ทำงานหรือใช้เชิงพาณิชย์ ความเสี่ยงยิ่งหนักขึ้น เพราะอาจกระทบรายได้ การดำเนินงาน และสภาพคล่องทันทีเมื่อเรือหยุดใช้งานจากอุบัติเหตุหรือความเสียหายรุนแรง ในบางกรณี การไม่มีประกันยังเชื่อมโยงกับปัญหาด้านกฎหมายหรือข้อกำกับตามลักษณะการใช้งานเรือด้วย ดังนั้นการไม่มีประกันภัยเรือไม่ใช่แค่ประหยัดเบี้ย แต่เป็นการรับความเสี่ยงทางการเงินเองเต็มจำนวน
ประกันภัยเรือประมงจำเป็นหรือไม่ถ้าใช้เรือเป็นครั้งคราว
ประกันภัยเรือประมงจำเป็นแม้จะใช้เรือเป็นครั้งคราว แม้ว่าการใช้เรือไม่บ่อยช่วยลดความถี่ของความเสี่ยงได้บางส่วน แต่ไม่ได้ตัดความเสี่ยงสำคัญออกไป เพราะเรือประมงยังเสี่ยงต่อการชน ความเสียหายระหว่างขนย้าย การโจรกรรม ไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ และความเสียหายระหว่างจอดเก็บหรือช่วงหยุดใช้งาน ถ้าเรือประมงมีมูลค่าสูง มีเครื่องยนต์หรืออุปกรณ์ประมงราคาแพง หรือจอดในพื้นที่เสี่ยง ประกันภัยเรือประมงยิ่งมีความจำเป็น เพราะความเสียหายครั้งเดียวอาจสูงกว่าค่าเบี้ยประกันหลายเท่า เจ้าของเรือที่ใช้งานไม่บ่อยอาจลดค่าใช้จ่ายได้ด้วยการเลือกแผนที่เหมาะกับฤดูกาลหรือช่วงหยุดใช้งาน เช่น แผนที่ลดความคุ้มครองช่วงไม่ได้ใช้เรือ แต่ไม่ควรปล่อยเรือประมงไว้โดยไม่มีความคุ้มครองใดเลย



แชท